เช้าวันถัดมา สวี่จงอี้ก็ใช้เส้นสายของตัวเองตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดอีกครั้ง
สิ่งที่กู้หยานพูดเป็นความจริง
ตอนหลิวเฉียงตงเริ่มกิจการในจงกวนชุนเมื่อปี 1998 เขากับกงเสี่ยวจิงเป็นคนรักกันจริง ๆ ทั้งคู่ช่วยกันเฝ้าเคาน์เตอร์ วิ่งหาช่องทางจัดจำหน่าย และฝ่าฟันอุปสรรคมาด้วยกัน
ชื่อจิงตงก็มาจากการนำตัวอักษรในชื่อของทั้งสองคนมารวมกัน เป็นผลงานที่พวกเขาร่วมแรงร่วมใจก่อร่างสร้างขึ้นมา
หลังสืบสาวเรื่องราวทั้งหมดจนกระจ่าง สวี่จงอี้ก็รีบฝากคนรู้จักช่วยประสานงานผ่านหัวหน้าโดยตรงของกงเสี่ยวจิง จนได้โอกาสนัดพูดคุยกัน
เมื่อเตรียมการทุกอย่างเรียบร้อย เขาก็ไปพบกงเสี่ยวจิงพร้อมกับกู้หยาน เพื่อพูดคุยอย่างเป็นทางการและหาทางเปิดทางสู่การลงทุนในจิงตง
หลังนั่งลงทักทายกันพอเป็นพิธี สวี่จงอี้ก็ไม่อ้อมค้อม รีบแจ้งจุดประสงค์ที่มาโดยตรง
「ผู้อำนวยการกง วันนี้พวกเราตั้งใจมาเยี่ยม เพื่อเป็นตัวแทนซิงฮั่นอินเวสต์เมนต์ ขอร่วมลงทุนในห้างสรรพสินค้าจิงตงครับ」
พอได้ยินเช่นนั้น รอยยิ้มบนใบหน้ากงเสี่ยวจิงก็จางลง
เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า
「คุณสวี่ คุณกู้ เรื่องนี้ทำให้ฉันแปลกใจอยู่เหมือนกัน」
「ฉันกับหลิวเฉียงตงแยกทางกันมาหลายปีแล้ว ไม่มีความเกี่ยวข้องกันทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว เรื่องของจิงตงฉันคงเข้าไปยุ่งไม่ได้ และคงช่วยพวกคุณทั้งสองไม่ได้หรอกค่ะ」
ดูออกว่าเธอคลุกคลีอยู่ในแวดวงราชการมาหลายปี จึงเชี่ยวชาญเรื่องหลีกเลี่ยงความเสี่ยงอย่างยิ่ง เมื่อเจอเรื่องอะไรก็มักรีบตัดสัมพันธ์ก่อน ไม่อยากเข้าไปพัวพันกับปัญหา
แต่กู้หยานรู้ดีอยู่แก่ใจ
คนนอกเห็นเพียงว่าหลิวเฉียงตงสร้างตัวจากศูนย์ แต่ไม่มีใครรู้ว่าจิงตงในช่วงแรกตั้งหลักในจงกวนชุนได้ และคว้าคำสั่งซื้อจากหน่วยงานระดับกระทรวงต่าง ๆ มาได้อย่างไร เรื่องเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากการขายแผ่นดิจิทัลเพียงอย่างเดียว
สิ่งที่เป็นหลักประกันแท้จริงก็คือสายสัมพันธ์ของตระกูลกงที่อยู่เบื้องหลังกงเสี่ยวจิง
