สายตาของเธอกวาดไปยังปลายแถว ที่นั่นมีชายหนุ่มร่างสูงโปร่งคนหนึ่งยืนอยู่
เขาสวมเครื่องแบบ รปภ. เหมือนคนอื่น แต่พอชุดนั้นอยู่บนตัวเขากลับให้ความรู้สึกไม่เหมือนกัน บ่ากว้างจนเสื้อพอดีกับแนวไหล่ เอวและหลังเหยียดตรงราวกับแกะสลักมา เขาไม่ได้จงใจยืดอกแขม่วท้อง เพียงยืนอยู่อย่างเป็นธรรมชาติ แต่กลับดูโดดเด่นแยกออกมาจากคนอื่น
สายตาของเสิ่นเจาหลานหยุดอยู่บนตัวเขาไม่ถึงหนึ่งวินาที ก่อนจะเลื่อนกลับ เธอพยักหน้าเบา ๆ แทบไม่เห็นความเคลื่อนไหว ผู้จัดการหลิวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ไม่ทันสังเกต แต่หลงจ้านเทียนเห็น
ทุกคนเดินเข้าไปในลิฟต์ แล้วขึ้นตรงไปยังชั้นแปดสิบหก
หนึ่งนาทีครึ่งต่อมา ประตูลิฟต์เปิดออก เผยให้เห็นพื้นที่โล่งกว้างตลอดทั้งชั้น
ชั้นแปดสิบหกยังไม่ได้ตกแต่ง ผนังทั้งสี่ด้านเป็นกระจกสูงจรดพื้นและเพดาน มองเห็นเส้นขอบฟ้าของเมืองยงเฉิงได้ทั่วทั้งผืน แม่น้ำที่อยู่ไกลออกไปสะท้อนแสงอาทิตย์ระยิบระยับราวกับเกล็ดทอง
เสิ่นเจาหลานเดินไปหยุดหน้ากระจก มองออกไปข้างนอกอยู่หนึ่งนาทีโดยไม่พูดอะไร คนที่ยืนอยู่ด้านหลังก็รออย่างเงียบสงบ
จากนั้นเธอหันกลับมา เริ่มตั้งคำถาม
“อาคารหัวเริ่นมีลิฟต์ทั้งหมดกี่ตัว มีกี่ตัวที่ขึ้นตรงถึงชั้นบนสุดได้?” น้ำเสียงของเธอไม่ดัง จังหวะพูดไม่เร็ว แต่ทุกคำราวกับช้อนขึ้นมาจากน้ำแข็ง เย็นเยียบไร้ไออุ่น
ผู้จัดการหลิวรีบก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว เขาเตรียมคำตอบสำหรับคำถามนี้ไว้แล้ว จึงตอบได้อย่างคล่องแคล่ว “ทั้งหมดมียี่สิบสี่ตัว ในนั้นมีลิฟต์ความเร็วสูงสี่ตัวที่ขึ้นตรงถึงชั้นบนสุดได้ นอกจากนี้ยังมีลิฟต์ขนของอีกสองตัว แต่ต้องเปลี่ยนลิฟต์ครับ”
