[ข้อมูล: ใต้ก้อนอิฐก้อนที่สามใต้กล่องกระดาษทางซ้ายของห้องเก็บของ มีกุญแจดอกหนึ่ง ใช้เปิดประตูข้างห้องเก็บของได้]
ดวงตาหลินหยางเป็นประกาย “กุญแจ? หรือว่าจะหนีออกจากที่นี่ได้?”
เขารีบไปยังตำแหน่งที่ข้อมูลบอกไว้ เขาอยู่ในห้องเก็บของอยู่แล้ว ไม่นานก็เห็นกล่องกระดาษที่เต็มไปด้วยฝุ่น พอขยับมันออก ก็มีแมลงสาบหลายตัววิ่งหนีไป เผยให้เห็นก้อนอิฐที่มีคราบน้ำติดอยู่
ก้อนอิฐนั่นดูหลวม ๆ หลุด ๆ ราวกับจะยกออกได้ง่ายมาก
หลินหยางหาท่อนไม้มาจากข้าง ๆ จากนั้นก็สอดเข้าไปในซอก แล้วงัดก้อนอิฐนั้นขึ้นมาสองเซนติเมตร ก่อนจะใช้มือยกมันออกแล้วโยนทิ้งไปข้าง ๆ
วินาทีต่อมา เขาก็เห็นถุงผ้าใบเล็ก ๆ อยู่ข้างใต้จริง ๆ!
เหมือนถุงผ้าใบจิ๋ว หลินหยางหยิบมันขึ้นมา จากนั้นก็แก้ปากถุงที่มัดแน่นออก แล้วเทของข้างในลงบนฝ่ามือ
มันคือกุญแจจริง ๆ ด้วย! เพียงแต่ขึ้นสนิมเล็กน้อย
หลินหยางไม่คิดแม้แต่น้อย สายตามองไปทั่วห้องเก็บของ!
เขาหาอย่างละเอียดอยู่นาน ในที่สุดก็เจอประตูที่ข้อมูลพูดถึง!
ประตูนี้ซ่อนไว้มิดชิดมาก สีแทบจะเหมือนกับผนัง มีเพียงรอยแยกเส้นเดียว!
แม้แต่ช่องเสียกุญแจก็ยังถูกกล่องไม้บังเอาไว้
ข้างในนี้ คงมีของดีอะไรสักอย่างแน่ ๆ!
เขารีบเสียบกุญแจเข้าไปในช่องนั้น
แกร็ก!
หลินหยางบิดมันเปิด
ประตูเปิดแล้ว! รอยแยกที่เคยประกบกันแน่นถูกเปิดออกพร้อมเสียงเอี๊ยดอ๊าด เผยให้เห็นหน้าตัดสีเทา
จากนั้น หลินหยางสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่ลอยออกมาจากข้างใน
เขากัดฟัน แล้วออกแรงเปิดมันเต็มที่!
แต่สิ่งที่อยู่ข้างในทำให้เขาตะลึงไปชั่วขณะ “นี่มัน...ตู้เย็น?”
เห็นได้ว่าข้างหลังประตูนี้ไม่ใช่ทางลับอะไร แต่เป็นตู้เย็นที่กำลังส่องแสง!
ในวินาทีที่บานประตูตู้เย็นถูกเปิดออกจนสุด แสงสว่างจ้าก็สาดออกมาจากข้างใน
หลินหยางยกมือปิดตาโดยสัญชาตญาณ พอสายตาปรับเข้ากับแสงได้ เขาก็มองเห็นของในตู้เย็น แล้วก็ยืนนิ่งงันอยู่กับที่
ขนมปัง นม ไข่ น้ำแร่ แม้แต่ไส้กรอกแพ็คสุญญากาศอีกหลายถุง
“เฮอะ...ไม่ใช่ทางหนี แต่ดูเหมือนจะใช้ประโยชน์ได้จริงกว่าทางหนีอีก”
หลินหยางยืนนิ่งอยู่ที่เดิมสองวินาที แล้วยื่นมือหยิบขนมปังแผ่นหนึ่งถุงกับนมหนึ่งขวด
“หิวมามั้งวันแล้ว ควรจะกินอะไรสักหน่อยจริง ๆ”
ความเย็นจากตู้เย็นปะทะใบหน้า พร้อมกลิ่นเย็น ๆ ที่ดูไม่เหมือนจริง ปะปนกับกลิ่นคาวของห้องเก็บของแห่งนี้อย่างไม่เข้ากัน
เขาพลิกขนมปังดูบรรจุภัณฑ์ ไม่มีวันผลิต ไม่มีตัวหนังสือใด ๆ ทั้งสิ้น เป็นเพียงถุงสีขาวสะอาด
ขวดนมก็ลื่น ๆ เปล่า ๆ แม้แต่ฉลากก็ไม่มี
เขาลังเลอยู่ชั่วครู่
แกะถุงออก ใส่เข้าปาก
รสชาติของขนมปังธรรมดามาก เรียกได้ว่าสดใหม่นุ่มฟูเลยทีเดียว
นมไหลเข้าคอด้วยความเย็น ผ่านลำคอลงไป กระตุ้นกระเพาะที่หิวโหยมาทั้งวันให้หดเกร็ง แล้วตามมาด้วยความรู้สึกหิวอย่างรุนแรงที่พลุ่งพล่านขึ้นมา
เขาแกะอีกถุง ทานคู่กับนม นั่งบนกล่องกระดาษแล้วกินอย่างเอร็ดอร่อย
ขนมปังในยามหิว ดีเลิศเทียบเท่าอาหารเลิศรสใด ๆ
แต่ในห้องเรียนนอกประตูกลับส่งเสียงอึกทึกโวยวายเป็นระยะ
“...ไม่ใช่เธอเป็นผู้หยั่งรู้หรือไง? บอกเราสิว่าจะออกไปยังไง! ฉันจะอดตายอยู่แล้ว”
“ผม...ของใช้ในการตรวจสอบของวันนี้หมดแล้ว”
“ไอ้สัส! ฉันไม่เล่นแล้วโว้ย!!”
ฉันจะออกไป! หิว...
พวกเขากู่ร้องพร้อมทุบประตูห้องเรียน แต่สิ่งที่ตอบกลับพวกเขามีเพียงเสียงก้องสะท้อนไม่รู้จบ
หลินหยางเอาอาหารที่เหลือเก็บคืนในตู้เย็น
เขาไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องอยู่ที่นี่นานแค่ไหน ของในตู้เย็นนี้ต้องเก็บไว้ใช้อย่างประหยัด
ถ้าที่นี่ตัดขาดจากสังคมมนุษย์แล้ว อาหารที่ขาดแคลนคือสิ่งที่อันตรายถึงชีวิต
เรื่องจิตใจคนน่ะ เขาเข้าใจดี คนสามสิบกว่าคนข้างนอกนั่น ถ้าอดข้าวสองวัน อะไรก็ทำได้ทั้งนั้น
เขาก้มลงมองผ่านช่องมองประตูต่อไปอีก
ในห้องเรียนไม่มีไฟ แสงจันทร์สาดเฉียงผ่านหน้าต่าง ปูพื้นด้วยแสงสีขาวเย็นเฉียบ
คนข้างนอกถูกความหิวเล่นงานจนแทบหมดสภาพ
บางคนกอดเข่านั่งอยู่ที่มุมห้อง ริมฝีปากแห้งจนลอกเป็นขุย
คนส่วนใหญ่เบียดตัวกันอยู่บริเวณครึ่งหน้าของห้องเรียน บางคนพิงกำแพง บางคนนอนคว่ำหน้าลงบนโต๊ะเรียน ท่าทางงุ่มง่ามพยายามจะหลับ
แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันยากลำบาก
ส่วนจางเหล่ยกลับถูกคนกลุ่มหนึ่งห้อมล้อมอยู่ตรงกลาง นอนหลับได้อย่างสบายใจ คนอ้วนคนนั้นนั่งอยู่ข้าง ๆ เขา กอดขาโต๊ะที่ถอดออกมาจากโต๊ะเรียนไว้ในอ้อมแขน ราวกับเป็นบอดี้การ์ดให้ “ผู้หยั่งรู้”
ส่วนพวกสาว ๆ ที่เข้าไปประจบตอนกลางวันก็เบียดตัวอยู่ไม่ไกล เห็นได้ชัดว่ารู้สึกว่าอยู่ใกล้ผู้หยั่งรู้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น
หลินหยางมองดูด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ก็ได้ ผู้หยั่งรู้นี่มีสิทธิพิเศษจริง ๆ นี่นา”
เขาขยับสายตาไปที่มุมห้อง
ตรงนั้นมีเงาร่างหนึ่งที่ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจ
ตามหลักแล้ว คนสามสิบกว่าคนถูกขังอยู่ในห้องเรียนเดียว ความกลัวจะทำให้คนกระสับกระส่าย
พลิกตัว ถอนหายใจ กัดฟัน พูดละเมอ ยังไงก็ต้องมีเสียงอะไรสักอย่าง
แต่คนที่มุมห้องนั่น ตั้งแต่พลบค่ำมาไม่ขยับแม้แต่นิดเดียว
เขาคงท่าทางเดิม นั่งอยู่ตรงนั้นเหมือนรูปปั้น
คนคนนั้นยืนอยู่ที่มุมห้อง แสงส่องไม่ถึงตัวเขา
ที่แปลกกว่านั้นคือ แขนของเงานั้นกำลังยืดออกทีละน้อย แผ่ขยายไปทางกลุ่มคนกลางห้องอย่างเงียบเชียบ!
เงาจะยืดออกโดยไม่มีสาเหตุไม่ได้เด็ดขาด!
สถานการณ์แบบนี้ มีเพียงความเป็นไปได้เดียว!
นั่นคือ ไอ้หมอนี่แขนกำลังยืดยาวออกไป!
..........
.........
