หลังจากวางสาย เวยยวนก็บีบโทรศัพท์มือถือจนแตกละเอียดแล้วโยนออกไปนอกหน้าต่าง
ฉินเซียวที่กำลังขับรถอยู่เห็นเข้าก็อดเหลือบมองไม่ได้
นั่นมันโทรศัพท์ของเขานี่นา
“หาที่จอดก่อน แล้วจัดการพวกพาหนะพวกนี้ซะ”
ขบวนรถเคยไปปรากฏตัวที่โรงงานบดและอาคารเหออานมาก่อน ตำรวจต้องเฝ้าจับตาดูเป็นแน่ ต้องรีบจัดการให้เร็วที่สุด
ฉินเซียวก็รู้แก่ใจดีว่ามันอันตรายแค่ไหน เขาเหยียบคันเร่งมิด ยังไม่ทันถึงยี่สิบนาทีก็มาถึงลานรับซื้อซากรถยนต์แห่งหนึ่งตรงตีนเขาทางทิศตะวันตก
ท่ามกลางรัตติกาล ลานซากรถที่กินเนื้อที่เกือบห้าสิบหมู่ตั้งอยู่ตีนเขา ราวกับสุสานเหล็กกล้าที่แผ่รัศมีชวนขนลุกน่าพรั่นพรึงออกมา
แม้จะเป็นเวลากลางคืน แต่ในโรงงานยังคงสว่างไสว เสียงเครื่องจักรทำงานดังสนั่นหวั่นไหวชัดเจน
“ที่นี่เป็นอีกจุดหนึ่งของแก๊งมังกรดำ”
“พวกเขาทำธุรกิจรับซื้อซากรถโดยเฉพาะ หลังจากได้รถมาก็จะถอดชิ้นส่วนขาย หรือไม่ก็ปรับปรุงใหม่แล้วนำกลับมาขาย”
“เพราะเป็นแก๊งด้วย พวกมันถึงใจกล้า ไม่ว่ารถแบบไหนก็รับหมด”
“ทำมานานนับสิบปี ตอนนี้นับว่าเป็นศูนย์จัดการรถเถื่อนใหญ่สุดในเซินไห่ไปแล้ว”
ฉินเซียวอธิบายอย่างระมัดระวัง เวยยวนฟังแล้วก็พยักหน้าอย่างพอใจ
“รออยู่ที่นี่”
เวยยวนสั่งทิ้งไว้ เปลี่ยนชุดที่เปื้อนเลือดออก แล้วสวมหมวกปิดบังใบหน้าก่อนจะลงจากรถเดินเข้าไปในลาน
ไม่ถึงสามนาที ก็มีชายรูปร่างเตี้ยล่ำสันคนหนึ่งถือประแจเดินตามเวยยวนออกมา
ฉินเซียวกับพวกพากันลงจากรถ ตั้งใจให้อยู่ในเงามืดไม่ให้ใครเห็นหน้าตา มีเพียงเงาตะคุ่ม ๆ ปรากฏให้เห็น
ด้วยเป็นพวกแก๊งแถมยังทำธุระกิจรับซื้อซากรถแบบนี้ ชายเตี้ยล่ำสันเพียงแค่กวาดสายตามองก็เข้าใจสถานการณ์ทันที
คงเป็นไอ้พวกที่เพิ่งก่อคดีแล้วเตรียมหลบหนีอีกแน่ ๆ เรื่องแบบนี้เขาเจอที่นี่มานักต่อนัก
