เว่ยลั่วซานน่าเข้าใจความหมายเช่นกัน
แต่ถึงจะเข้าใจ เธอก็ไม่ได้ตอบตกลงทันทีเพียงเพราะสิ่งที่อวิ๋นเฉินพูดมีเหตุผล
“สรุปคือ คุณอยากให้อ้าวรุ่ยทีคังเสี่ยงเผชิญหน้ากับทางการไปกับพวกคุณ เพียงเพราะความเสี่ยงที่ยังไม่เกิดขึ้นงั้นเหรอ?”
“ไม่ใช่เพื่อโลกสีน้ำเงิน” อวิ๋นเฉินแก้คำ “แต่เพื่อผู้เล่นทุกคน เราจะเรียกร้องให้มีกฎชุดใหม่”
เว่ยลั่วซานน่าไม่ตอบ เพียงมองเธอ ราวกับเพิ่งพิจารณาคนตรงหน้าอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก
ครู่หนึ่ง เธอจึงเอ่ยขึ้นว่า “ตอนนี้คุณดูไม่เหมือนที่หวนเสวี่ยหลิงเล่าไว้เลย”
อวิ๋นเฉินเงยหน้าขึ้น
เว่ยลั่วซานน่าพูดต่อ “เธอบอกว่าคุณไม่ใส่ใจพวกเดียวกันบนโลกสีน้ำเงิน แต่ดูจากตอนนี้... คุณใส่ใจมาก”
หากไม่ใส่ใจจริง แล้วเธอจะมาเรียกร้องกฎเกณฑ์และความเป็นธรรมให้โลกสีน้ำเงินทำไม ถึงกับต้องเดินทางมาโน้มน้าวด้วยตัวเอง?
ถึงอย่างไรคนอื่นก็ทำอะไรเธอไม่ได้ เธอจะวางตัวเป็นคนนอกก็ได้แท้ ๆ
อวิ๋นเฉินฟังแล้วก็รู้ทันทีว่าเว่ยลั่วซานน่าหมายถึงเรื่องไหน
ตอนเกมฟาร์ม หวนเสวี่ยหลิงเคยพูดว่าอยากยืมมือเธอทำลายตัวแปรที่ว่า ตอนนั้นเธอพูดจริง ๆ ว่า ใครอยากออกไปก็หาทางเอาเอง เธอไม่สนใจจะเป็นผู้กอบกู้ที่ช่วยเหลือสรรพชีวิตอะไรนั่น
คิดถึงตรงนี้ อวิ๋นเฉินก็ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ราวกับเห็นว่าคำถามนี้ทึกทักไปเองอยู่บ้าง
“อา ตอนนั้นเป็นอย่างนั้นจริง ๆ แต่คุณคิดว่าเรื่องสองเรื่องนี้เอามาปนกันได้หรือ?” อวิ๋นเฉินสบตาอีกฝ่ายอย่างไม่หลบเลี่ยง “ครั้งนี้เกี่ยวข้องกับสิทธิในการเอาชีวิตรอดของผู้เล่นโลกสีน้ำเงินในเกม และยังเกี่ยวข้องกับว่าหลังจากชนะแล้ว พวกเขาจะได้รับรางวัลที่เป็นของตัวเองได้หรือไม่ โดยไม่ต้องคอยหลบ ๆ ซ่อน ๆ ราวกับเป็นขโมย หรือถูกคนล้อมฆ่าและชิงของไปทันที”
