“ไม่เชื่อใช่ไหม? งั้นเรามาแข่งกันไหม?” อวิ๋นเฉินกล่าว “ถ้าเธอแพ้ หลังกลับไปแล้วต้องยอมรับต่อหน้าทุกคนว่าฉันเก่งกว่าเธอ และเธอนับถือฉัน ตกลงไหม?”
เธอจงใจเน้นคำว่า “หลังกลับไปแล้ว”
ไม่ใช่ในฉากเกมนี้ แต่หลังจากกลับไปเมืองผู้เล่นแล้ว ต้องยอมรับต่อหน้าสาธารณชน ณ สถานที่ที่ผู้คนเดินขวักไขว่และใคร ๆ ก็มองเห็นอย่างลานกลางเมือง
เจียเย่ฝานนีขมวดคิ้ว “...แล้วถ้าเธอแพ้ล่ะ?”
อวิ๋นเฉินตอบอย่างหนักแน่นโดยไม่ต้องคิด “ฉันไม่มีทางแพ้”
เจียเย่ฝานนี “...”
คำพูดที่เต็มไปด้วยความมั่นใจของเธอทำให้เจียเย่ฝานนีชะงักไปครู่หนึ่ง ตอนกำลังจะหลุดปากตอบตกลง สติก็ฉุดรั้งเธอไว้ได้ทัน
ไม่ถูกสิ
อวิ๋นเฉินกล้าพูดแบบนี้ แสดงว่าเธออาจมีวิธีชนะแน่นอนจริง ๆ ถ้าตอบตกลงตามนั้น ก็เท่ากับกระโดดลงหลุมที่อีกฝ่ายขุดไว้ให้ไม่ใช่หรือ?
ถ้าแพ้แล้วยังต้องยอมรับต่อหน้าทุกคนว่าตัวเองด้อยกว่า แค่คิดก็อับอายจนหนังศีรษะชาแล้ว
ขณะที่เธอกำลังลังเล อวิ๋นเฉินก็ทำราวกับมองทะลุความคิดของเธอ “อะไร ไม่กล้าแข่งเหรอ?”
“ยอมรับว่าตัวเองอ่อนกว่าฉันก็ไม่ใช่เรื่องน่าอับอายอะไรหรอก ยังไงนี่ก็เป็นความจริง”
“...”
หยิ่งผยองเกินไปแล้ว!
หยิ่งเสียจนคันไม้คันมืออยากชกสักหมัด
ความโกรธในอกเจียเย่ฝานนีพุ่งพรึ่บขึ้นมา ก่อนจะถูกเธอกดข่มลงไปอีกครั้ง
เดี๋ยวก่อน
ที่อวิ๋นเฉินยั่วยุให้เธอตอบตกลงแข่งแบบนี้ หมายความว่าการแข่งอาจเกี่ยวข้องกับข้อห้ามของเธอหรือเปล่า?
