มุมปากของหมิ่นอิ่งซินขยับเล็กน้อย
บทบาทคุณย่าสุดเย็นชาไม่เปิดโอกาสให้เธอยิ้ม เธอจึงทำได้เพียงพยายามข่มกลั้นไว้ ปล่อยให้แววตาเผยความยินดีออกมาเพียงนิดเดียว
ส่วนฮวาเจิ้งหาวไม่ได้มีข้อจำกัดมากมายขนาดนั้น
เขาเปลี่ยนท่านอนเป็นเอกเขนกที่สบายกว่าเดิม ก่อนหลับตาลงอีกครั้ง ทว่ามุมปากที่ยกขึ้นน้อย ๆ นั้นไม่ยอมลดลงเลย
ในห้องครัว ลี่ซากำลังปาดครีมลงบนเนื้อเค้ก เสียงประกาศจากระบบดังผ่านเหนือศีรษะ เธอหยุดมือ เงยหน้าขึ้น และสบตากับหวงฝู่ซีที่กำลังล้างผลไม้อยู่ข้างอ่างล้างจานพอดี
ทั้งสองสบตากันอย่างรู้ใจ
อวิ๋นเฉินคว้าสองคะแนนให้ทีมด้วยตัวคนเดียวแล้ว ทางพวกเธอก็จะถ่วงทีมไม่ได้ ต้องพยายามให้มากขึ้น
……
คนที่ต้องพยายามไม่ได้มีแค่พวกเธอสองคน
คนของคาเอ๋อหลัวในตอนนี้ยิ่งต้องพยายามให้หนัก พยายามทำคะแนน และพยายาม…ควบคุมสีหน้า
เดิมทีคิดจะคัดอวิ๋นเฉินออก แต่ไม่เพียงทำไม่สำเร็จ กลับถูกอีกฝ่ายซ้อนแผนกลับมาเป็นชั้น ๆ สุดท้ายได้แต่ยืนมองอีกฝ่ายทำคะแนนเพิ่มต่อหน้าต่อตา
ฉายา “คุณปู่อารมณ์ขัน” ที่ไฉหรูยึดถือมาตลอดแทบจะรักษารอยยิ้มตรงมุมปากไว้ไม่อยู่ สีหน้าแข็งทื่อราวกับมีปูนแห้งฉาบอยู่บนหน้า
ทีมแพ้ติดกันหลายครั้ง ใครยังจะมีอารมณ์รักษาบทบาทกันอีก
หันกลับมามองอวิ๋นเฉิน นับตั้งแต่เธอเดาข้อห้ามได้สำเร็จ ก็กลายเป็นคนที่ผ่อนคลายที่สุดในที่นี้ไปแล้ว
แน่นอนว่าเป็นแค่ “เมื่อเทียบกับคนอื่น” เท่านั้น
ต่อให้เธอผ่อนคลายแค่ไหน ก็ปล่อยตัวตามสบายเต็มที่ไม่ได้
