เมื่อเห็นเพื่อนร่วมทีมสองคนชักจูงไม่สำเร็จติด ๆ กัน ไฉหรูก็นั่งไม่ติดแล้ว
เห็นทีต้องให้คุณปู่อารมณ์ขันอย่างเขาลงมือเอง
เขาใช้ไม้เท้าคนชราที่ระบบมอบให้ค้ำกาย ค่อย ๆ ขยับเข้ามาจากด้านข้าง
ไม้เท้ากระทบพื้นดัง กึก กึก กึก ประกอบกับรอยยิ้มละไมบนใบหน้า ดูคล้ายคุณตาใจดีอยู่ไม่น้อย
เขามองสติกเกอร์สีสันฉูดฉาดที่แปะอยู่เต็มผนัง “โอ้โห แปะได้สวยจริง ๆ”
อวิ๋นเฉินไม่มองเขา หยิบสติกเกอร์แผ่นหนึ่งมาแปะบนผนัง แล้วตบให้ติดแน่น
นี่คิดจะเล่นงานเธอสินะ
ได้ งั้นก็มาเลย
เธอก็อยากรู้เหมือนกันว่าข้อห้ามของตัวเองคืออะไร
อวิ๋นเฉินเล่นไปตามบทบาท เธอเชิดคางขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงแฝงความมั่นใจและโอ้อวดอยู่หน่อย ๆ “ก็แน่นอนสิ ของที่ฉันแปะจะไม่สวยได้ยังไง?”
ที่จริงมันไม่ได้สวยเลยสักนิด สติกเกอร์พวกนี้เธอแปะตรงไหนก็ตรงนั้น บางแผ่นยังซ้อนกันอยู่ด้วยซ้ำ แต่ก็ขี้เกียจลอกออกมาแปะใหม่
แต่ก็แค่แสดงละคร ในเมื่ออีกฝ่ายยังชมอย่างไม่รู้สึกผิด เธอก็ทำได้เหมือนกัน
บทสนทนาของทั้งคู่ดึงดูดความสนใจจากคนที่อยู่ใกล้ ๆ
แม้แต่ฮวาเจิ้งหาวที่หลับตาพักสายตาอยู่ก็ยังลืมตาขึ้นอย่างเกียจคร้าน แล้วหันมามองทางนี้
เมื่อเห็นว่าอวิ๋นเฉินรับมุกได้ไวขนาดนี้ รอยยิ้มของไฉหรูก็ลึกขึ้นเล็กน้อย เขาฉวยโอกาสเปลี่ยนเรื่องไปอีกทาง “น้องสาวแปะได้ไม่เลวเหมือนกันนะ”
ขณะพูด เขากวาดตามองไปด้านข้าง ตรงนั้นคือผลงานที่เซวียนอิ๋งแปะไว้ก่อนหน้านี้
อวิ๋นเฉินมองตามสายตาเขา คิ้วขยับเล็กน้อย
