อวิ๋นเฉินไม่แปลกใจเลย
ตั้งแต่วินาทีที่ตัดสินใจลงมือ เธอก็คิดถึงผลที่จะตามมาไว้แล้ว
“ทหารมาใช้ขุนพลต้าน น้ำมาใช้ดินกั้น อยากแก้แค้นก็ให้มันมาได้เลย”
คำพูดของเธอฟังดูเรียบง่าย ทว่ากลับแฝงความองอาจน่าเกรงขามจนชวนให้ใจสั่น
เหล่ากงมองเธอ จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าผู้เล่นหน้าใหม่คนนี้อาจน่ากลัวกว่าที่เขาคิดไว้เสียอีก
“จริงสิ” อวิ๋นเฉินเปลี่ยนเรื่อง “ไลฟ์ที่คุณพูดถึงน่ะ มองเห็นความเคลื่อนไหวของผู้เล่นทุกคนได้หรือเปล่า?”
อวิ๋นเฉินรู้ว่าเกมระดับยากมีถ่ายทอดสด แต่ไม่มีเวลาได้ดูสักครั้ง จึงไม่รู้ว่ารูปแบบเป็นอย่างไร
“ไม่ได้ตามถ่ายตลอดหรอก” เหล่ากงอธิบาย “มันเป็นมุมมองจากเบื้องบน กล้องจะจับภาพที่น่าตื่นเต้นที่สุดและมีการปะทะกันดุเดือดที่สุดในขณะนั้นโดยอัตโนมัติ ปกติมักจับภาพผู้เล่นที่แข็งแกร่ง อย่างพวกยอดฝีมือบนกระดานจัดอันดับอย่างตี๋ซิวซือ ขอแค่เข้าร่วมเกม กล้องก็มักจะจับภาพเขาเป็นระยะ”
พูดถึงตรงนี้ สายตาที่เขามองอวิ๋นเฉินก็เปลี่ยนเป็นพิกล “แต่เกมนี้... ยินดีด้วย เธอเป็นตัวเอกกลางเวทีอย่างไม่มีข้อกังขาเลย กล้องจับภาพเธอเกือบครึ่งเวลา”
อวิ๋นเฉิน “งั้น...”
“งั้นสิ่งที่เธอทำ ทั้งฆ่าคน ปลอมตัวเป็น ‘สุ่ยเยว่ปิ่ง’ หลอกโยวเถาเถาจนหัวหมุน แถมยังใช้ก้อนหินจัดการฝาแฝดชาวเย่เหมิงคู่นั้นจนหมดเกลี้ยง แล้วช่วงท้ายยังเล่นงานตี๋ซิวซืออีก... ถูกถ่ายทอดสดออกไปหมดแล้ว”
อวิ๋นเฉิน “...”
เอาเถอะ มีคนเห็นตอนถ่ายทอดสดจริง ๆ ด้วย
ดูท่าต่อไปถ้าเผยหน้าจริง คงโดนจับใส่กระสอบตั้งแต่ก้าวออกจากบ้าน
ช่างมัน ไม่มีอะไรต้องคิดมาก
แค่แข็งแกร่งพอ ต่อให้คนอื่นรู้วิธีการของเธอก็ไม่ต้องกลัว
“แล้วไลฟ์มีให้ดูย้อนหลังไหม?” เธออยากทบทวนเส้นทางที่ตี๋ซิวซือใช้ไล่ตาม เขาตามมาทันได้อย่างไรกันแน่
