“โทษเธอนั่นแหละ” ตี๋ซิวซือพูดอย่างไม่สะทกสะท้าน “ใครใช้ให้เธอเปลี่ยนใจขึ้นมากะทันหัน ทำเอาฉันตกใจหมด”
อวิ๋นเฉินเปิดเครื่องสมองผลึก ส่งข้อความหานั่วถีซาหยา ยกเลิกนัดพบกันในวันพรุ่งนี้
ส่งข้อความเสร็จ เธอถึงหันมาตอบตี๋ซิวซือ “นายไม่ได้ใจกล้ามากหรอกหรือ?”
“ใจกล้ากับถูกเธอทำให้ตกใจมันคนละเรื่องกัน” ตี๋ซิวซือหันข้างมา จ้องใบหน้าด้านข้างของเธอเขม็ง “พูดจริง ๆ นะ ทำไมถึงเปลี่ยนใจ?”
อวิ๋นเฉินตอบว่า “เพราะจู่ ๆ ก็รู้สึกว่าการหนีมันน่าเบื่อ ฉันเลือกสู้ตรง ๆ”
“สู้เอาชีวิตเข้าแลกเนี่ยนะ?” นาน ๆ ทีตี๋ซิวซือจะเลิกพูดเล่น “มันเสี่ยงเกินไปหรือเปล่า?”
แม้แต่คนที่กล้าบ้าบิ่นอย่างเขายังคิดว่าน่าเป็นห่วง
“พูดมาตามตรงเถอะ” เขาหรี่ตา “เธอแค่เสียดายคะแนนแสนแต้มใช่ไหม?”
อวิ๋นเฉินตอบว่า “จะคิดแบบนั้นก็ได้”
อย่างไรเสียเธอก็ไม่มีทางบอกเหตุผลที่แท้จริง จะคิดอย่างไรก็เชิญ
“ชิ เอาเถอะ” ตี๋ซิวซือถอนหายใจอย่างหมดท่า “ในเมื่อรับปากแล้วว่าจะอยู่เป็นเพื่อนเธอ งั้นก็จะสู้ไปกับเธอจนถึงที่สุด”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนถามต่อ “แต่ฉันสงสัยจริง ๆ แผนเดิมของเธอคืออะไร? ถ้าถอนตัวจากการแข่งขันจริง ๆ เธอจะทำยังไงต่อ?”
สิ้นเสียง เครื่องสมองผลึกในมืออวิ๋นเฉินก็สั่นขึ้น
ข้อความตอบกลับจากนั่วถีซาหยาปรากฏขึ้นบนหน้าจอ: [ได้ เข้าใจแล้ว]
เธอไม่ถามเหตุผล ตอบกลับอย่างเด็ดขาด
อวิ๋นเฉินเหลือบมองแล้วปิดข้อความ
“กะว่าจะพานายไปเข้าร่วมทีมอ้าวรุ่ยทีคัง” เธอตอบ
