ทั้งสี่คนที่อยู่ตรงนั้นนิ่งงัน ต่างไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ ๆ อวิ๋นเฉินถึงเปลี่ยนใจ
อวิ๋นเฉินลุกขึ้นยืน เธอไม่ได้อธิบาย เพียงทิ้งคำสั่งไว้ว่า “เอาตามนี้ ไม่ถอนตัวจากการแข่งขัน ทีมก็ไม่ยุบ ถือว่าคำพูดวันนี้ของฉันไม่เคยเกิดขึ้น”
เธออยากพนันสักตั้ง
กรรมการในการแข่งขันเกมมนุษย์หมาป่าเคยบอกว่า เธอกับเคอโยวคล้ายกันมาก
ถ้าเป็นเธอ เธอจะเลือกวิธีที่สี่
ภาพหลอน
สามวิธีแรกธรรมดาเกินไป ไม่มีอะไรแปลกใหม่
มีเพียงภาพหลอนนี้ที่น่าสนใจหน่อย
ใช้ความตายของเพื่อนร่วมทีมมาเล่นงานเธอ ให้เธอเจ็บปวดอย่างแท้จริงสักครั้ง พอรู้ทีหลังว่าเป็นภาพหลอน ก็ยังหลอกเธอได้อีกที
ที่เธอไม่พูดข้อสันนิษฐานของตัวเองออกมา ก็เพราะไม่อยากให้ใครได้ยิน
ทางการต้องกำลังดักฟังอยู่แน่ ทุกคำที่เธอพูด เคอโยวอาจรู้ได้ทั้งนั้น
ถ้าปล่อยให้อีกฝ่ายรู้ว่าเธอเดาเจตนาออกแล้ว แล้วเปลี่ยนแผนขึ้นมาจะทำอย่างไร?
คนที่เปลี่ยนแปลงอนาคตได้ ไม่ได้มีแค่เธอคนเดียว
อวิ๋นเฉินพยักหน้าให้ถานเยว่เฉียวเป็นการบอกลา ก่อนเดินตรงออกไปนอกประตู
ตี๋ซิวซือยืนนิ่งไปสองวินาที ก่อนรีบก้าวตามไป
หลังจากฮวาเจิ้งหาวคืนกระเป๋าให้ฮวาคงหลิงแล้ว ก็เดินตามออกมาเช่นกัน
ฮวาคงหลิงยังอยู่ในห้องทำงาน สีหน้ายังคงเหม่อลอย
ทีมไม่ยุบ หมายความว่าเธอไม่ต้องไปไหนแล้ว การพลิกผันเกิดขึ้นรวดเร็วเกินไป เธอยังตั้งตัวไม่ทัน จึงได้แต่มองถานเยว่เฉียว
ถานเยว่เฉียวกล่าวว่า “ดูท่าเธอไม่ต้องคืนห้องแล้วล่ะ”
ทางด้านอวิ๋นเฉิน หลังจากลงบันไดมาแล้ว ตี๋ซิวซือถึงค่อยคิดออก “เดี๋ยวนะ ทำไมเปลี่ยนใจเร็วยิ่งกว่าพลิกหน้าหนังสืออีก?”
