ควงโม่กลอกตาไปมา ตอนนี้เขาตกอยู่ในกำมืออีกฝ่าย หากปะทะตรง ๆ ก็คงสู้ไม่ไหว สู้ฉวยโอกาสนี้ต่อรองเงื่อนไขไม่ดีกว่าหรือ
“ฉันยกให้เธอทั้งหมดก็ได้ แต่พอได้ของไปแล้วต้องปล่อยฉัน! ห้ามเอาเรื่องนี้มาเอาผิดฉันเด็ดขาด!”
“ได้” อวิ๋นเฉินตอบตกลงอย่างไม่ลังเล
เสี่ยวฟู่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ได้ยินแล้วก็ร้อนใจขึ้นมาทันที เขาอ้าปากจะคัดค้าน แต่จ้าวหลานกลับแตะแขนเขาไว้เบา ๆ พอหันไปก็เห็นอาจารย์ส่ายหน้าให้เล็กน้อย
เสี่ยวฟู่ชะงักไป ก่อนจะอดกลั้นไว้ ไม่ได้พูดอะไรออกมา
“จริงเหรอ?” ควงโม่ถามอย่างคลางแคลง
อวิ๋นเฉินจ้องตาเขา “จริง”
ควงโม่จ้องเธออยู่นาน สุดท้ายก็ยังไม่กล้าเสี่ยงพนัน
เขาขยับความคิด มือที่ถูกมัดอยู่ก็มีการ์ดไอเทมกองหนึ่งปรากฏขึ้นบนฝ่ามือทันที มีมากกว่ายี่สิบใบ
ในนั้นมีสามใบที่ได้มาจากปี้หลิง
อวิ๋นเฉินรับมาโดยแทบไม่ก้มมอง ก่อนส่งต่อให้จ้าวหลานที่อยู่ข้าง ๆ ทันที
“พวกคุณพาเขาเข้าเกมไปฆ่าได้”
นี่คือเหตุผลที่ยึดการ์ดไอเทมทั้งหมดของเขา เพื่อให้ควงโม่หมดหนทางเอาชีวิตรอดเมื่อเข้าเกม
ถึงตอนนั้นเขาก็ไม่ต่างจากเนื้อบนเขียง จะสับอย่างไรก็ได้
ควงโม่เองก็เพิ่งนึกได้ สีหน้าพลันเปลี่ยนไป เขาดิ้นรนสุดแรง
“เธอหลอกฉัน!”
อวิ๋นเฉินเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ “ดูเหมือนนายจะยังรู้จักชื่อเสียงฉันไม่ดีพอสินะ คนที่ฉันหลอกน่ะ มีน้อยเสียที่ไหน?”
ควงโม่ “เธอ—”
เขายังด่าไม่ทันจบ เสี่ยวฟู่ก็ไวตาไวมือ ยัดผ้าก้อนหนึ่งเข้าปากเขาทันที
จ้าวหลานถือการ์ดกองนั้นไว้ เอ่ยอย่างจริงใจว่า “ขอบคุณ”
