สายลมในหุบเขาพัดพากลิ่นคาวเลือดเข้มข้นมา
สนามรบที่ก่อนหน้านี้ยังอึกทึกไม่ต่างจากตลาดสด บัดนี้กลับเงียบสงัดจนได้ยินเสียงไม้ถูกเปลวเพลิงเผาไหม้แตกดังเปรี๊ยะเบา ๆ
ไม่ว่าจะเป็นทหารทางการที่รอดชีวิต หรือกลุ่มกบฏสวมหน้ากาก ทุกคนต่างจับจ้องไปยังจุดเดียว—ชายหนุ่มชุดดำผู้ถือดาบยาว ปลายดาบยังหยดเลือดไม่ขาดสาย
บัณฑิตวัยกลางคนคุกเข่าข้างหนึ่ง มือซ้ายกดบาดแผลตรงหัวไหล่ขวาที่ถูกตัดขาดไว้แน่น เลือดทะลักซึมออกมาตามซอกนิ้ว
ระดับปรมาจารย์ขั้นสูงสุดที่เขาภาคภูมิใจนักหนา กลับเปราะบางราวกับเรื่องตลกเมื่ออยู่ต่อหน้าสายฟ้าสีเงินเส้นนั้น
ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดและตื่นตะลึง ทว่าความเคียดแค้นกับความไม่เข้าใจในดวงตากลับเข้มข้นยิ่งกว่าความเจ็บปวดเสียอีก
“เจ้า...เป็นใครกันแน่?” เขาเค้นคำถามออกมาผ่านไรฟัน
ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นพลังแท้คนหนึ่ง ไม่สิ ดูจากตอนนี้ อย่างน้อยก็ต้องเป็นขั้นรวมช่องปราณแล้ว ชายหนุ่มเช่นนี้จะมีพลังฉีกพลังคุ้มกายของเขาได้ในพริบตาได้อย่างไร?
สายฟ้าเส้นนั้นคือสิ่งใดกัน?
ลู่หยวนก้าวเดินไปหาเขาอย่างไม่รีบร้อน ผืนดินใต้เท้าชุ่มไปด้วยเลือด เมื่อเหยียบลงไปจึงนุ่มเหนียว
“ข้าเป็นใครไม่สำคัญ” น้ำเสียงของลู่หยวนสงบนิ่ง ราวกับกำลังสนทนาเรื่องดินฟ้าอากาศ
“สำคัญตรงที่เจ้าต้องตอบคำถามข้าสักสองสามข้อ”
เขาหยุดยืนตรงหน้าบัณฑิตวัยกลางคน มองลงไปยังอีกฝ่ายอย่างไร้อารมณ์
“ข้อแรก เจ้าเป็นคนของใคร? ข้อสอง อาวุธชุดนี้จะถูกส่งไปที่ใด? ข้อสาม โรงหลอมอาวุธอยู่ที่ไหน?”
