ยามที่หญิงชราผู้นั้นเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของจั้นหลาน นางรู้สึกขนหัวลุกไปทั้งร่าง นางห้ามเหล่ามือสังหารที่ดุร้ายข้างหลังตนไว้ พลางเอ่ยขึ้นว่า "ทุกคนหยุดก่อน!"
"ลูกข้า!" เมื่อเห็นดวงตาของบุตรชายตนเองบอดไป นางโศกเสียใจจนแทบสิ้นใจ ดวงตานางแดงก่ำ
ในสายตาของนาง สองคนที่อยู่ตรงข้ามนั้นคือโจรผู้ร้ายที่ไร้ซึ่งมนุษยธรรม!
อู๋เจียงหลิวตัวสั่นเทิ้ม หายใจไม่ทั่วท้อง ตาและหูเจ็บราวกับถูกเข็มแทง ศีรษะราวกับจะระเบิดออกเป็นเสี่ยง ๆ
เขาอดไม่ได้ที่จะคำรามออกมา มู่เหยียนเหลือบมองเขาไปทีหนึ่ง เขาจึงต้องอดกลั้นและหุบปากลง
จั้นหลานมองหญิงชราผู้นั้น น้ำเสียงเยือกเย็นเอ่ยขึ้นว่า "บัดนี้ถึงตาจ้าวต้องคุกเข่า โขกศีรษะหนึ่งร้อยครั้งเสียงดัง ๆ"
บุตรชายของหญิงชราอยู่ในมือของจั้นหลาน นางกัดฟันมองจั้นหลาน พลางเอ่ยว่า "ดี!"
นางคุกเข่าลงด้วยความอัปยศอดสู
ปัง ๆ ๆ!
หลังจากโขกศีรษะไปสามครั้ง หน้าผากของนางเต็มไปด้วยฝุ่นละออง จั้นหลานมองนาง พลางเอ่ยเสียงเย็นว่า "ต่อไป!"
ปัง ๆ ๆ!
หญิงชราโขกศีรษะอีกสามครั้ง เลือดซึมออกมาจากหน้าผากของนาง นางเงยหน้ามองจั้นหลาน พลางเอ่ยว่า "เจ้าต้องรักษาคำพูดด้วย!"
จั้นหลานทำหน้างงงวยมองหญิงชรา พลางเอ่ยว่า "ข้าพูดอะไรไปหรือ?"
หญิงชราถูกยั่วโทสะจนสุดจะทน นางรีบลุกขึ้นอย่างโกลาหล พลางโกรธจัดเอ่ยว่า "เจ้าช่างกล้าหัวเราะเยาะผู้อาวุโสอย่างข้า!"
จั้นหลานขมวดคิ้วเอ่ยว่า "ข้าสัญญาอะไรกับเจ้ารึ? เจ้าเองต่างหากที่เต็มใจคุกเข่า"
มู่เหยียนมุมปากยกยิ้มน้อย ๆ ท่าทางไร้ยางอายของหลานเอ๋อร์ของเขาช่างน่าคิดถึงยิ่งนัก
หญิงชราถูกจั้นหลานยั่วโทสะจนเส้นเลือดปูดขึ้นมาที่ขมับ
ทันใดนั้น ด้านหลังของหญิงชราก็มีพ่อบ้านคนหนึ่งวิ่งเข้ามา เขากระซิบอะไรบางอย่างกับหญิงชรา
