จูเว่ยสั่งให้ทหารองครักษ์เลี้ยวหัวม้า รถม้าของมู่เหยียนจอดอยู่ท้ายฝูงชน
จั้นหลานยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นอย่างสุขุม ปล่อยให้เรื่องราวลุกลามไปตามธรรมชาติ นางรู้ดีว่าการไปโต้เถียงกับคนที่ไร้เหตุผลนั้น แท้จริงแล้วก็คือความพ่ายแพ้ตั้งแต่เริ่มแล้ว
ยามนี้มิต้องให้จั้นหลานเอ่ยปากแม้แต่คำเดียว ในฝูงชนก็มีคนทนดูไม่อยู่แล้ว
โดยเฉพาะเหล่าบัณฑิตในเมืองติ้งอัน พวกเขามีความเห็นไม่พอใจต่อราชสำนักหนานจิ้นเป็นอย่างมาก อยากจะระบายออกมา แต่ก็มิอาจด่าทอฮ่องเต้เซวียนอู่ได้โดยตรง
ดังนั้น จึงมีคนออกนำหน้าระบายอารมณ์นี้ออกมา
บัณฑิตหนุ่มผู้องอาจคนหนึ่งเอ่ยเสียงดัง "คุณหนูจั้นลี่ลั่ว ท่านแม่ทัพจั้นหลานไม่ถือสาท่าน ทว่าในฐานะพี่สาว ปากท่านกลับเฉียบคมถึงเพียงนี้ สมควรแล้วหรือ!"
"ท่านทั้งสอง ฝ่ายหนึ่งเป็นแม่ทัพหญิงที่สง่างามบนสนามรบ อีกฝ่ายเป็นคุณหนูใหญ่ที่อยู่ในหอสูง ได้รับความดีความชอบของสายสกุลใหญ่จั้นคุ้มครอง กินดีอยู่ดี แต่อย่างหลังนี้ไม่เห็นจะมีอะไรน่าภาคภูมิเลยสักนิด!"
บัณฑิตอีกผู้หนึ่งซึ่งมีกลิ่นอายบัณฑิตเอ่ยขึ้น "ใช่แล้ว! แม่ทัพจั้นความสามารถโดดเด่น ไม่เพียงเป็นศิษย์ของท่านปราชญ์ชิงเฟิง ยังเป็นจอหงวนบู๊ผู้กล้าหาญอีกด้วย บัดนี้ใต้หล้าใครเล่าจะไม่รู้ว่าแม่ทัพจั้นหลานอีกไม่กี่วันจะต้องไปรักษาชายแดน ขอถามคุณหนูจั้นลี่ลั่วหน่อยเถิดว่า นางอิจฉาท่านสิ่งใด ถึงต้องคิดร้ายต่อท่าน?"
"ท่านก็เป็นเพียงตัวพยาธิที่เกาะกินความดีความชอบของสายสกุลใหญ่จั้นเท่านั้น คุณหนูจั้นหลานยังเห็นแก่ความเป็นครอบครัวเดียวกัน ทว่าใคร่ขอถามว่า ท่านทั้งหลายคิดว่าตัวเองคู่ควรกับความเมตตานี้หรือไม่!"
"ผู้ที่มิเพียบพร้อมด้วยคุณธรรม หากครองตำแหน่งสูง ย่อมประสบภัยพิบัติ!"
