จูเว่ยเอ่ยปากอย่างไม่เต็มใจนัก ก่อนจะเดินเข้าไปหาเสวี่ยหลิงเอ๋อร์ แล้วอุ้มนางขึ้นหลัง
เสี่ยวเถาตามมาอยู่ด้านหลังคนทั้งสอง
เสวี่ยหลิงเอ๋อร์รู้สึกตัวลอยขึ้นมาอย่างกะทันหัน นางบีบหูจูเว่ยแล้วถามขึ้นว่า "ข้าลอยได้ยังไงกัน!"
ร่างของนางเอนไปด้านหลังโดยไม่ทันตั้งตัว เสี่ยวเถารีบประคองนางไว้ทันที
จูเว่ยถูกเสวี่ยหลิงเอ๋อร์รบเร้าจนหมดความอดทน เขาวางนางลง แล้วสอดแขนเข้าใต้โคนขาของนาง อุ้มนางขึ้นมาอีกครั้ง
เสวี่ยหลิงเอ๋อร์ซุกกายลงในอ้อมแขนของจูเว่ยอย่างสุขสบาย แขนทั้งสองของนางโอบรอบคอเขา
"ข้าลอยได้แล้ว..." เสวี่ยหลิงเอ๋อร์พูดอย่างดีใจพร้อมกับซุกไซ้บริเวณลำคอของจูเว่ย
จูเว่ยถอนหายใจหนึ่งเฮือก แล้วพูดเสียงเย็นว่า "อย่าขยับเด็ดขาด มิเช่นนั้น ข้าจะโยนเจ้ากลับลงมาจากฟ้า"
"ข้า... ที่แท้ก็เจ้านกจูเว่ยน้อยนี่เอง ไม่แปลกใจเลยว่าชื่อเจ้าว่าจูเว่ย ที่แท้เจ้าก็บินได้นี่เอง!" เสวี่ยหลิงเอ๋อร์ยื่นมือไปหยิกแก้มของจูเว่ย
แก้มของจูเว่ยถอยหนีอย่างมีชั้นเชิง แล้วตำหนิว่า "เสวี่ยหลิงเอ๋อร์ เจ้าห้ามได้คืบจะเอาศอกเด็ดขาด!"
"อะไรที่ว่าได้คืบจะเอาศอกกันเล่า?... ข้ากินไม่มาก ข้าก็ไม่ได้เมา... เจ้านกจูเว่ยน้อย เจ้าให้อภัยข้าแล้วจะย้ายกลับมาใช่หรือไม่ เจ้านกจูเว่ยน้อย..." แก้มของเสวี่ยหลิงเอ๋อร์แดงระเรื่อ นางลืมตาขึ้นมองจูเว่ยด้วยแววตาพร่ามัว
จูเว่ยไม่พูดอะไรอีก แต่กลับเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น
เสี่ยวเถาเดินตามหลังคนทั้งสองมา จู่ ๆ ก็นึกถึงฉากชายหญิงนางเอกพระเอกหยอกล้อกันในหนังสือเรื่องขึ้นมา
มองอย่างนี้แล้ว หัวหน้ากองจูเว่ยกับเสวี่ยหลิงเอ๋อร์ช่างดูเหมือนกำลังหยอกล้อกันอยู่ไม่น้อย
