อู๋เจินเจินเดินลงมาชั้นล่าง เห็นพ่อแม่กับน้องชายถือเคียวและแบกเครื่องนวดข้าวเตรียมออกไป พอดูเวลาก็พบว่าบ่ายสี่โมงกว่าแล้ว อีกสองชั่วโมงฟ้าก็จะมืด แต่พวกเขายังจะออกไปทำนาอีก
อู๋เจินเจินเดินไปหยิบเคียวในตะกร้าหญ้า แล้วตามพวกเขาออกไป
“ขับรถมาตั้งนานแล้ว อยู่บ้านพักผ่อนให้สบายเถอะ ไม่ต้องมาช่วยหรอก” แม่เห็นอู๋เจินเจินถือเคียวตามมา จึงตะโกนเสียงดังมาจากระยะไกล
อู๋เจินเจินไม่สนใจ ยังคงเดินตามไป ระหว่างทางผ่านคันนาของเพื่อนบ้านหลายคน ทุกคนต่างทักทายเธออย่างกระตือรือร้น
“เจินเจินกลับมาแล้ว! ไม่เจอกันตั้งหลายปี!”
อู๋เจินเจินมองภาพผู้คนกำลังวุ่นอยู่ในท้องนา แล้วจมอยู่กับความคิด
“แม่ ตอนนี้ข้าวที่บ้านขายได้เท่าไรต่อกระสอบ (100 ชั่ง) เหรอ?” เธอถาม
“ได้ยินคนหมู่บ้านข้าง ๆ บอกว่ากระสอบละ 140 หยวน ตอนนี้ราคาค่อนข้างดีเลย” อู๋ซิ่วเฟิ่งตอบ
อู๋เจินเจินลองคำนวณคร่าว ๆ หลังปรับปรุงพันธุ์ข้าวแล้ว ผลผลิตข้าวต่อไร่ในหนึ่งฤดูอยู่ที่ประมาณ 1,300-1,400 ชั่ง คิดแล้วขายได้ราว 2,000 หยวน
“เราชวนทุกคนมาช่วยปลูกผักกาดขาวให้เราดีไหม?” อู๋เจินเจินถาม
“ทำไมต้องปลูกผักกาดขาวล่ะ?” แม่ถามอย่างสงสัย
“แม่ก็เห็นว่าฉันมีมิติส่วนตัว ผักกาดขาวเก็บไว้ในนั้นแล้วไม่เน่าเสีย แถมผักกาดขาวใช้เวลาปลูกประมาณ 80 วันก็เก็บเกี่ยวได้ พอดีกับก่อนที่เราจะออกเดินทาง น้ำที่นี่ก็ดี ปลูกออกมาอร่อยกว่าผักที่เราไปซื้อจากตลาดค้าส่ง”
“แล้วเราจะพูดเกลี้ยกล่อมให้ทุกคนปลูกยังไงล่ะ?” อู๋ซิ่วเฟิ่งเห็นด้วยว่าความคิดนี้ไม่เลว แต่จะเริ่มพูดกับทุกคนอย่างไรก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
“ก็บอกไปว่าบริษัทของฉันจะรับซื้อผักกาดขาว ให้ราคาสูงหน่อย รายได้ดีกว่าปลูกข้าว พวกเขาก็ต้องยอมปลูกให้เราอยู่แล้ว”
