บทที่ 3 คนแรกในโรงพยาบาลที่ถูกเขาปลุกให้ตื่น
ตีห้าครึ่ง ไฟหน้าห้องผ่าตัดดับลง
หลี่กุ้ยหลานนั่งอยู่บนม้านั่งยาวเกือบสามชั่วโมง รู้สึกเหมือนถูกดูดพลังออกไปทั้งตัว น้ำร้อนที่พยาบาลจ้าวรินให้เย็นชืดไปแล้ว ขอบแก้วกระดาษถูกเธอบีบจนผิดรูป
หลินเย่ก็ยังไม่ไปไหน
เขาเก็บประวัติการรักษาที่เขียนเสร็จแล้วใส่แฟ้ม ถ่ายรูปใบขอตรวจซีทีเอหลอดเลือดแดงใหญ่ บันทึกเวลาโทรเรียกประชุมปรึกษา และเวลาที่ญาติเซ็นชื่อไว้ทั้งหมด ซุนจื้อเฉียงเดินผ่านเขาสองครั้ง ดูเหมือนอยากพูดอะไร แต่สุดท้ายก็กลืนคำพูดกลับไป
ปลายทางเดินหน้าต่างเริ่มมีแสงสว่างจาง ๆ ความง่วงของคนเข้าเวรกลางคืนเพิ่งจะเริ่มถาโถม หลินเย่ขยี้ตา นิ้วมือสัมผัสกระดาษคำชี้แจงในกระเป๋าเสื้อ มุมกระดาษนิ่มเพราะเปียกเหงื่อ
ประตูห้องผ่าตัดเปิด โจวหมิงหย่วนเดินออกมาก่อน
หลังจากถอดหน้ากากอนามัย ใบหน้าของเขาดูเคร่งเครียดกว่าตอนแรก ขอบตาคล้ำ
“หัวหน้าโจว!”
หลี่กุ้ยหลานพุ่งเข้าใส่เกือบชนเตียงผู้ป่วย
“คนไข้ปลอดภัยชั่วคราวแล้ว” โจวหมิงหย่วนพูด “จัดการรอยฉีกขาดแล้ว หลังจากนี้ต้องเข้าหอผู้ป่วยวิกฤตสังเกตอาการ อย่าคิดว่าผ่านการผ่าตัดแล้วจะจบ ทุกอย่างเรียบร้อยดี ญาติไปทำเรื่องกับพยาบาล”
หลี่กุ้ยหลานยันกำแพง ริมฝีปากสั่นระริก สุดท้ายพูดออกมาได้แค่ประโยคเดียว “ขอบคุณ ขอบคุณพวกคุณมาก”
โจวหมิงหย่วนโบกมือ หันมามองหลินเย่
“ตามมา”
ซุนจื้อเฉียงเตรียมจะเดินตามทันที
โจวหมิงหย่วนมองเขาไป “แกด้วย”
ทั้งสามคนเข้าไปในห้องทำงานเล็กข้างพื้นที่ผ่าตัด
ด้านในมีแค่โต๊ะเก่าหนึ่งตัว เก้าอี้สองตัว บนโต๊ะมีบิสกิตครึ่งกล่องที่ยังกินไม่หมด โจวหมิงหย่วนดึงภาพจากซีทีเอหลอดเลือดแดงใหญ่ขึ้นมา ชี้ไปที่ส่วนเอออร์ตาท่อนขึ้น
“ใครสงสัยก่อน”
คอซุนจื้อเฉียงแข็งทื่อ
หลินเย่กดแฟ้มเอกสารในมือแนบอก
“ผม”
“หลักฐาน”
“ปวดหลังแบบฉีกกระชาก ความต่างของความดันโลหิตสองแขนชัดเจน ชีพจรที่ข้อมือซ้ายอ่อน เหงื่อแตก ความดันสูง โรคกระเพาะทั่วไปอธิบายไม่ได้”
นิ้วของโจวหมิงหย่วนหยุดบนเมาส์ “แล้วถ้าผลซีทีเอออกมาปกติล่ะ”
หลินเย่หยุดไปครู่หนึ่ง “ผมจะเขียนคำชี้แจง ยอมรับการลงโทษจากแผนก”
“คำชี้แจงงั้นเหรอ” โจวหมิงหย่วนหัวเราะเยาะ “ซีทีเอหลอดเลือดแดงใหญ่ไม่ใช่การสั่งอาหารกลับบ้าน กลางดึกเรียกห้องซีที เรียกประชุมปรึกษา วุ่นวายไปหมด สุดท้ายไม่มีอะไร ญาติฟ้องร้องว่าตรวจเกินเหตุ ห้องฉุกเฉินหักคะแนน แผนกคดีความถาม ใครจะช่วยพูดแทนแก”
หลินเย่ไม่หลบตา “เพราะงั้นต้องมีหลักฐานก่อน”
โจวหมิงหย่วนจ้องเขา
นอกห้องทำงาน เสียงล้อเตียงผ่าตัดดังเป็นระยะ ๆ
ผ่านไปไม่กี่วินาที โจวหมิงหย่วนปิดภาพสแกน
“หาหลักฐานได้ดีอยู่”
สีหน้าซุนจื้อเฉียงเปลี่ยนไปเล็กน้อย
นี่ไม่ใช่คำชม แต่จากปากโจวหมิงหย่วนถือว่าหายากมาก
“แต่แกจำไว้” โจวหมิงหย่วนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดรายชื่อ “ครั้งหน้าจะโทรหาฉัน เตรียมค่าชีวิต อาการสำคัญ และผลสแกนของคนไข้ให้พร้อมก่อน อย่าพูดแค่ ‘สงสัยขั้นสูง’ แล้วลากคนลุกจากเตียง”
เขาเขียนเบอร์ส่วนตัวเองลงบนด้านหลังใบบันทึกการผ่าตัด แล้วฉีกให้หลินเย่
“เรื่องด่วนโทรเบอร์นี้”
หลินเย่รับกระดาษมา
ขอบกระดาษยังมีกลิ่นยาฆ่าเชื้อ
ซุนจื้อเฉียงมองดูชุดตัวเลข มุมปากกระตุก
ในกลุ่มหมอหนุ่มของโรงพยาบาลประจำเมืองหมายเลขหนึ่ง คนที่จะได้เบอร์ส่วนตัวของโจวหมิงหย่วนนับนิ้วได้ หลินเย่เป็นแค่แพทย์ประจำบ้านฝึกหัด เพิ่งเข้าเวรคืนแรกก็ได้แล้ว
โจวหมิงหย่วนพูดเสริมอีกประโยค “ไม่ได้ให้แกโทรมารบกวนฉันเล่น ๆ”
หลินเย่กำกระดาษแน่น “ผมรู้”
“หวังว่าจะรู้จริง” โจวหมิงหย่วนคลึงระหว่างคิ้ว “หลับทีแพงนัก”
กลับมาถึงห้องโถงฉุกเฉิน ฟ้าเริ่มมีแสงสีเทาจาง ๆ
พื้นหน้าห้องกู้ชีพยังเช็ดไม่เสร็จ ไฟทางห้องซีทีก็ยังเปิดอยู่ กะกลางคืนใกล้เลิก คนกะกลางวันเริ่มมาทีละคน พยาบาลสองสามคนเปลี่ยนรองเท้าไปพลางฟังพยาบาลจ้าวเล่าเรื่องตอนดึกไปพลาง
“เอออร์ตาฉีกชนิดเอจริง ๆ เหรอ”
“หลอกแกทำไม หัวหน้าโจวศัลยแพทย์หัวใจและหลอดเลือดใหญ่ลงมือผ่าเอง”
“ใครเรียก”
พยาบาลจ้าวเชิดคางมาทางหลินเย่ “เขา”
พยาบาลกะกลางวันหลายคนหันมองเป็นตาเดียว
หลินเย่กำลังก้มหน้าเขียนประวัติ รู้ว่ามีใครเอ่ยชื่อ ปลายปากกาลื่นบนกระดาษ
ซุนจื้อเฉียงออกมาจากห้องทำงาน สีหน้าตายแข็ง “เปลี่ยนเวรแล้ว มามุงอะไรกันน่ะ”
ในการประชุมส่งเวร ประวัติของเฉินเจี้ยนกั๋วถูกแจ้งเป็นอันดับแรก
ซุนจื้อเฉียงอ่านอาการ มาถึงตอน “แพทย์ประจำบ้านฝึกหัดห้องฉุกเฉินหลินเย่พบความต่างความดันโลหิตสองข้าง แนะนำให้ทำซีทีเอหลอดเลือดแดงใหญ่” ในห้องทำงานมีคนเงยหน้า บางคนขมวดคิ้ว บางคนถามเบา ๆ “หมอฝึกหัดเหรอ”
ฉินไห่ หัวหน้าแผนกฉุกเฉินนั่งข้างในสุด มือถือกระติกน้ำร้อน
เขาฟังจบไม่ได้พูดอะไรทันที ถามอยู่ประโยคเดียว “ตอนนี้คนไข้เป็นไง”
ซุนจื้อเฉียงเลื่อนบันทึกหลังผ่าตัดในมือไปข้างหน้าเล็กน้อย “หลังผ่าตัดย้ายไปหอวิกฤต ค่าชีวิตยังคงที่ชั่วคราว”
ฉินไห่พยักหน้า แล้วมองไปทางหลินเย่ “คำชี้แจงที่แกเขียนให้ฉันฉบับนึง”
หลินเย่ยื่นกระดาษให้
ฉินไห่พลิกสองหน้า คิ้วขมวดลึกขึ้น “ลายมือเขียนได้เร็วดีนะ”
มีคนในห้องทำงานหัวเราะ
ฉินไห่ไม่ได้หัวเราะ “คราวหลังเจอแบบนี้อีก หาหัวหน้าก่อน หาไม่เจอ เก็บบันทึกโทรศัพท์ ฉุกเฉินช่วยชีวิตเป็นหลัก แต่ต้องเก็บหลักฐานไว้ด้วย ไม่งั้นช่วยคนแล้ว ตัวเองตกหล่มเอา”
หลินเย่รับคำ “ครับ”
การประชุมส่งเวรเลิก หลินเย่เพิ่งเดินไปถึงเคาน์เตอร์พยาบาล พยาบาลจ้าวโยนถุงนมถั่วเหลืองให้
“ดื่มซะ มือยังสั่นอยู่เลย”
“ขอบคุณพี่จ้าว”
“ขอบคุณอะไร” พยาบาลจ้าวลดเสียง “เมื่อคืนนายทำเอาหัวหน้าศัลย์หัวใจและหลอดเลือดใหญ่ตื่นเลยนะ ต่อไปเดินในแผนกฉุกเฉิน ระวังตัวหน่อย”
หลินเย่ชะงัก “ทำไมครับ”
พยาบาลจ้าวยักคางไปทางห้องทำงาน “ใคร ๆ ก็อยากดูว่าหัวหน้าคนแรกในโรงพยาบาลที่ถูกนายปลุก มีหวังมาคิดบัญชีหรือเปล่า”
เธอพูดจบ มือถือหลินเย่ก็สั่น
ข้อความจากโจวหมิงหย่วน
มีแค่แปดตัวอักษร
【ครั้งหน้าส่งภาพสแกนให้ชัดกว่านี้】
หลินเย่มองหน้าจอ กำลังจะตอบข้อความ ประตูอัตโนมัติห้องฉุกเฉินก็มีคนผลักเข้ามา
เขายัดมือถือกลับกระเป๋า
ยังไม่ทันตอบข้อความโจวหมิงหย่วน ใบคัดกรองใบต่อไปก็ถูกส่งมาตรงหน้าแล้ว
ชายสองคนประคองเด็กหนุ่มที่กลิ่นเหล้าคลุ้งทั้งตัวเข้ามา
“หมอครับ เมาหนัก ลื่นล้ม น็อคหลับไปเลย ปลุกไม่ตื่น”
พยาบาลจ้าวเงยหน้ามองแว่บเดียว คิ้วขมวดทันที
หลินเย่วางนมถั่วเหลืองลง
เด็กหนุ่มคนนั้นเอนอยู่บนรถเข็น มุมปากมีเลือดติดอยู่เล็กน้อย