ต่อให้เซียวสือเหยี่ยนไม่ได้ใช้เอง ก็เอาไปขายที่ตลาดมืดได้
เสื้อผ้าพวกนี้ยังค่อนข้างใหม่ จียิ่นเหยียนดูแลรักษาไว้อย่างดี
เอาไปขายที่ตลาดมืดก็ได้ราคาสูง ต้องรู้ไว้ว่าชุดบราจีบางตัวราคาสูงถึงหลักร้อยเลยทีเดียว
ตัวอื่น ๆ ก็ต้องจ่ายหลายสิบเหรียญถึงจะซื้อได้
เอาออกไปตั้งราคาสักยี่สิบเหรียญ ตลาดมืดก็ยินดีรับซื้อแล้ว
ส่วนเสื้อกันหนาวพวกนั้น ถ้าขายไม่ออก เอามาทำผ้าขี้ริ้วใช้ในบ้านก็ยังได้
ไม่ต้องเปิดตู้เสื้อผ้า เซียวสือเหยี่ยนก็เก็บเสื้อผ้าทั้งหมดเข้าไปเรียบร้อย
จากนั้นเขาเดินไปที่โต๊ะ เก็บหนังสือกับเงินข้างในทั้งหมด พอเห็นของบางอย่าง เซียวสือเหยี่ยนก็ตาเป็นประกาย “ไม่คิดเลยว่าจียิ่นเหยียนจะซ่อนบัตรเนื้อ บัตรน้ำมัน แล้วก็บัตรแรงงานอุตสาหกรรมเอาไว้ด้วย ถ้ามีมากพอ จะไปซื้อจักรยานสักคันได้ไหมนะ?”
ยุคนี้ทุกคนไม่มีสิทธิ์ซื้อรถยนต์กันหรอก
พาหนะที่ดีที่สุดสำหรับเดินทาง ก็คือจักรยาน
ยงจิ่วกับเฟิ่งหวงเป็นจักรยานสองยี่ห้อที่ดีที่สุดในประเทศ
บัตรจักรยานมีออกมาไม่มากนัก บัตรหนึ่งต้องใช้เงินหลายสิบเหรียญซื้อมา
ยังมีอีกวิธีหนึ่ง นั่นก็คือใช้บัตรแรงงานอุตสาหกรรมแทน
แต่จักรยานหนึ่งคันต้องใช้บัตรแรงงานอุตสาหกรรมถึงสี่สิบใบ
ส่วนกฎการแจกบัตรแรงงานอุตสาหกรรมคือ เงินเดือนทุกยี่สิบเหรียญจะได้รับหนึ่งใบ
ของใช้จำเป็นในบ้านอย่างวิทยุ นาฬิกาปลุก กระติกน้ำร้อน แก้วเคลือบ และเสื้อกันฝน ล้วนต้องใช้บัตรแรงงานอุตสาหกรรมซื้อ แม้แต่ของใช้ประจำวันอย่างผ้าเช็ดตัว สบู่ ยาสีฟัน แปรงสีฟัน หม้อเหล็ก และอ่างอะลูมิเนียมก็ต้องใช้บัตรนี้เช่นกัน
