ค่ำวันนั้น ที่โต๊ะอาหาร
เซียวสือเหยี่ยนมองอาหารบนโต๊ะ มีหมู่สาหร่ายราดซอสปักกิ่ง ไก่ผัดจานเล็ก ผักดองหนึ่งจาน และผักอีกหนึ่งจาน
สี่คน อาหารสี่จาน
แม่กูซือเฉิงเอ่ยชวนว่า “สือเหยี่ยน อย่าเกรงใจนะ”
กูชิงเฟิง พ่อของกูซือเฉิง มองเซียวสือเหยี่ยนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ แล้วพูดว่า “สือเหยี่ยน ช่วงสองสามวันนี้ก็พักอยู่ที่บ้านอย่างสบายใจเถอะ ส่วนเรื่องบุกเบิกชนบท เอาสมุดทะเบียนบ้านมาให้ฉัน เดี๋ยวฉันจัดการให้
ฉันมีหัวหน้าหมวดคนเก่าอยู่คนหนึ่ง อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือ เดี๋ยวฉันติดต่อเขาให้ ถึงตอนนั้นนายก็ไปบุกเบิกชนบทที่กองผลิตของหัวหน้าหมวดเก่าฉัน”
มีคนรู้จักก็จัดการเรื่องต่าง ๆ ได้ง่าย เซียวสือเหยี่ยนแม้ไม่ได้คิดจะเอาเปรียบใคร
แต่ในเมื่อหัวหน้าหมวดเก่าของกูชิงเฟิงอยู่ที่นั่น มีคนคอยดูแล อย่างน้อยก็จะไม่ปล่อยให้เขาถูกรังแก
ถึงอย่างไรตัวเซียวสือเหยี่ยนเองก็ไม่ใช่คนที่ยอมให้ใครรังแกง่าย ๆ อยู่แล้ว
“งั้นก็ฝากคุณอากู้ช่วยจัดการด้วยนะครับ ขอบคุณครับ” เซียวสือเหยี่ยนรับคำอย่างไม่ขัดข้อง ทำให้กูชิงเฟิงพยักหน้าด้วยความพอใจ
เซียวสือเหยี่ยนในอดีตไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากครอบครัวนี้ง่าย ๆ
แม้แต่ความช่วยเหลือจากกูซือเฉิง ก็ยังเป็นแบบต่างฝ่ายต่างตอบแทน
เมื่อครู่กูชิงเฟิงยังกังวลอยู่เลยว่าพอเสนอตัวช่วยแล้ว เซียวสือเหยี่ยนจะปฏิเสธ
ดูท่าตอนนี้ หลังถูกตระกูลตู้ไล่ออกมา เซียวสือเหยี่ยนก็เติบโตขึ้นทันตา
น้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ รับไว้ได้ก็รับไว้เถอะ
อย่างมากภายหน้าค่อยตอบแทนกลับไปบ้างก็พอ
“มา กินกับข้าวกัน พวกหนุ่มสาวกำลังโต ต้องกินเนื้อเยอะ ๆ” กูชิงเฟิงคีบอาหารให้เซียวสือเหยี่ยนหนึ่งคำ เซียวสือเหยี่ยนยกชามขึ้นด้วยสองมือรับไว้ แล้วยังไม่ลืมกล่าวขอบคุณ “ขอบคุณครับคุณอา คุณอากับคุณน้าก็กินเยอะ ๆ นะครับ”
