กินไข่ต้มน้ำตาลทรายแดงเสร็จแล้ว ต้องยอมรับว่าเซียวสือเหยี่ยนรู้สึกว่าหวานเกินไปหน่อย
เขากินขนมหวานได้บ้าง แต่ต้องไม่หวานเกินและกินมากเกินไป
ทว่าร่างกายนี้กลับชอบรสชาติแบบนี้มาก ความรู้สึกของเขาตอนนี้จึงขัดแย้งกันอยู่ไม่น้อย
“คงเป็นเพราะร่างกายขาดสารอาหาร ด้านหนึ่งก็รู้สึกเลี่ยน แต่อีกด้านกลับรู้สึกว่าอร่อยมาก ไข่หนึ่งชามใส่ไปสองฟอง น้ำตาลทรายแดงก็ใส่ไม่น้อยเลย”
แค่นี้ก็รู้แล้วว่าแม่กูซือเฉิงไม่ได้มีอคติกับเขา แถมยังค่อนข้างชอบเขาด้วย
เซียวสือเหยี่ยนรู้ว่าเป็นเพราะเมื่อก่อนกูซือเฉิงกับพวกพ้องชอบออกไปเที่ยวเตร่ข้างนอกทุกวัน แถมยังชอบชกต่อยกันอีก
พอได้เป็นเพื่อนกับเจ้าของร่างเดิม พวกเขาถึงค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทางที่ดีขึ้น
แม่กูซือเฉิงคงรู้สึกขอบคุณอยู่บ้างแน่นอน
เซียวสือเหยี่ยนจึงเอ่ยขอในจังหวะที่เหมาะสม “พรุ่งนี้ผมจะไปสมัครบุกเบิกชนบทครับ ก่อนอื่นผมอยากไปซื้อของเตรียมไว้สำหรับไปบุกเบิกชนบท อ้อ คุณป้าครับ ผมมีงานเป็นนักบัญชีที่โรงงานไม้ขีดไฟ ไม่ทราบว่า...”
พอพูดถึงเรื่องงาน แม่กูซือเฉิงก็กระตือรือร้นขึ้นมาทันที แววตาดูผ่อนคลายลงด้วย
เซียวสือเหยี่ยนเข้าใจ แม้เขาจะบอกว่าพรุ่งนี้จะไปสมัครบุกเบิกชนบท จะไม่อยู่ที่บ้านนาน
แต่ชาติกำเนิดของเขาก็ยังมีปัญหาอยู่ดี
แม่กูซือเฉิงคิดแบบนี้ก็เป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์
การที่เธอไม่ได้ไล่เขาออกไปก็พิสูจน์แล้วว่าไม่ได้มีเจตนาร้าย ยอมให้เขาพักอยู่ด้วยสักสองสามวันก็นับว่าดีมากแล้ว
ถึงอย่างไรก็ไม่ใช่ญาติ เป็นเพียงเพื่อนของลูกชายคนหนึ่งเท่านั้น
