คำพูดของพนักงานขายเพิ่งหลุดออกมา กูซือเฉิงก็ไหวตัวทันที แล้วพุ่งเข้าไปข้างใน
ขณะเดียวกัน บรรดาป้า ๆ ที่กำลังเลือกซื้อของอยู่รอบ ๆ ต่างก็วิ่งกรูกันมาจากทุกทิศทุกทางด้วยความเร็วที่ไม่เข้ากับวัยของพวกเธอแม้แต่น้อย แล้วมุ่งหน้าไปยังทิศทางนั้นเป็นกลุ่มแรก
“สือเหยี่ยน เร็วเข้า” กูซือเฉิงวิ่งออกไปไกลหลายเมตรแล้ว เสียงถึงค่อยดังมา
ตอนนี้เซียวสือเหยี่ยนจะตามไปก็ช้าไปเสียแล้ว
เขารีบหอบข้าวของ พยายามจะตามไป แต่ของที่ถืออยู่มีมากเกินไป
ท้ายที่สุด เขาจึงทำได้เพียงยืนยิ้มเจื่อนอยู่กับที่ รอกูซือเฉิงกลับมา
ไม่นานนัก กูซือเฉิงก็ถือของที่ได้กลับมา
“นายช้าเกินไปแล้ว ถ้าฉันมือไวตาไวไม่ทัน ผ้าฝ้ายม้วนนี้คงโดนคนอื่นเอาไปหมดแล้ว”
“มือไวตาไวเหรอ นายลองฟังตัวเองพูดดูหน่อยไหม”
เซียวสือเหยี่ยนอดขำไม่ได้ แต่เมื่อเห็นกูซือเฉิงยัดผ้าม้วนหนึ่งมาให้ทั้งม้วน เขาก็รู้สึกซาบซึ้งใจ “ไม่ต้องหรอก ฉัน...”
“เอาเถอะ พอนายออกไปแล้วจะมีเสื้อผ้ากี่ชุดกัน? เดิมทีนายก็แทบไม่มีเสื้อผ้าใส่อยู่แล้ว อีกอย่าง นายคิดจะไปบุกเบิกชนบทที่ไหน? พวกเราต้องซื้อของให้เหมาะกับที่ที่นายจะไปด้วย”
เซียวสือเหยี่ยนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบว่า “ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือเถอะ”
“นายคิดให้ดีแล้วนะ? เมื่อก่อนนายไม่ใช่กลัวหนาวที่สุดหรือไง? ทางตะวันออกเฉียงเหนือหนาวกว่าที่นี่มากนะ ไม่งั้นไปทางใต้ดีไหม? ฉันได้ยินว่าหน้าหนาวทางใต้ค่อนข้างอบอุ่น ไม่ต้องใส่เสื้อบุนวมด้วย” กูซือเฉิงเริ่มรู้สึกอยากไปเสียเอง
ดูเหมือนเขาเองก็อยากไปบุกเบิกชนบทเหมือนกัน
“นายอย่าเพิ่งใจร้อนสิ การไปบุกเบิกชนบทไม่ได้สวยหรูอย่างที่คิดนะ” เซียวสือเหยี่ยนรีบเสริมว่า “ฉันจะไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ ถึงจะหนาวไปหน่อย แต่ได้ยินว่าที่นั่นจำศีลหลบหนาวกันตั้งครึ่งปี ไม่เหนื่อยเหมือนทางใต้
