เมื่อเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของเซี่ยโจวเจี้ยน ซูเหมียวก็ยิ่งรู้สึกขุ่นเคืองใจ
เธอพูดเสียงเย็นเยียบกลบเกลื่อนว่า “ยังไม่ไปส่งอาหารตามสั่งอีกเหรอ ระวังโดนให้คะแนนแย่นะ”
“อ๊ะ จริงด้วย เกือบลืมไปเลย ยังมีอาหารต้องส่งอีก” สีหน้าของเซี่ยโจวเจี้ยนเปลี่ยนไปทันที “หนูน้อยซูอวี่เหยียน ลุงไปก่อนนะ ลาก่อนครับ”
ซูอวี่เหยียนขานรับเสียงเรียบเย็น “คุณเซี่ยเดินทางปลอดภัยนะครับ ลาก่อน”
แม่ลูกทั้งสองมองตามเซี่ยโจวเจี้ยนจนเขาจากไป ก่อนจะเงียบงันกันไปครู่หนึ่ง
ซูเหมียวคำนึงถึงเด็กที่อยู่ด้วย จึงไม่ได้จุดบุหรี่ในมือ แต่เหน็บมันไว้หลังหูแทน “จะกลับโรงเรียนอนุบาลหรือกลับบ้าน”
ยังไม่ทันที่ซูอวี่เหยียนจะตอบ ซูเหมียวก็พูดขึ้นอีกครั้ง “ช่างเถอะ ออกมาแล้วนี่นา”
สำหรับซูอวี่เหยียนแล้ว จะไปโรงเรียนอนุบาลหรือไม่ไปก็ได้ ด้วยความคิดและตรรกะของเขา อย่าว่าแต่เด็กอนุบาลเลย แม้แต่เด็กประถมก็ยังสู้เขาไม่ได้
ที่ส่งเขาไปโรงเรียนอนุบาลก็เพียงเพราะอยากให้เขาได้คบหากับเด็กวัยเดียวกัน ไม่อยากให้เขาเก็บตัวจนเกินไป
ซูเหมียวถอดเสื้อตัวนอกสีสะดุดตาออก “นาน ๆ ทีจะได้ออกมา วันนี้ก็เล่นให้เต็มที่สักวัน พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน วันเรียนก็ไปเรียน วันทำงานก็ไปทำงาน”
.
“ซูอวี่เหยียน ยิงทางซ้าย เร็วเข้า!” ซูเหมียวสวมแว่นเออาร์ มือจับอุปกรณ์ไว้ “ระวัง ข้างหลังมีศัตรู”
ซูอวี่เหยียนตอบสนองอย่างรวดเร็ว พอได้ยินคำเตือนก็เล็งยิงทันที
ประสานงานกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ รอบนี้ทั้งสองจึงคว้าชัยชนะมาได้อีกครั้ง
“ซูอวี่เหยียน ทำได้เยี่ยมมาก!” หลังเอ่ยชม ซูเหมียวก็ถอดแว่นเออาร์ออก
เล่นกันมาสองชั่วโมงเต็ม หน้าผากของซูเหมียวก็มีเหงื่อซึมแล้ว
ซูอวี่เหยียนถอดแว่นตามเธอทันที
