แย่แล้ว!
นึกว่าตัวเองหลอกเขาจนงงไปหมดแล้วเสียอีก
ไม่คิดว่าเจ้าหนูนี่จะยังจำได้
เธอเกลียดเด็กอัจฉริยะในนิยายจริง ๆ หลอกก็ไม่ง่าย เล่นด้วยก็ไม่สนุกเลย
“คุณเบิกเงินล่วงหน้าไปตั้งเยอะแล้ว ทำไมยังอู้งานอีกล่ะ ตอนนี้ย้ายมาอยู่บ้านหลังใหญ่ขนาดนี้ ค่าเช่าคงแพงน่าดู แล้วต่อไปจะจ่ายไหวได้ยังไง” ซูอวี่เหยียนพูดราวกับข้าราชการเกษียณ ทั้งหวังดีทั้งพูดจาเอาใจใส่
ซูเหมียวทำหน้าอ่อนใจ กำลังจะเถียงกลับ ก็ถูกเสียงดังลั่นเสียงหนึ่งขัดขึ้นเสียก่อน
“ซูเหมียว ทำไมคุณมาอยู่ที่นี่”
ผู้ใหญ่หนึ่งเด็กหนึ่งเงยหน้าขึ้นพร้อมกัน เห็นหัวหน้าสถานีร่างเตี้ยอ้วนสวมชุดไรเดอร์ส่งอาหาร ถือถุงอาหารยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขา
“คุณไม่ได้รับปากผมไว้เหรอว่าจะรับออร์เดอร์บ้างในช่วงมื้ออาหาร ช่วยแบ่งเบาภาระของสถานีหน่อย” หัวหน้าสถานีพูดอย่างจนใจ “แล้วเด็กที่อยู่ข้างคุณนี่มาจากไหน”
อย่าบอกนะว่าเธอกำลังหลอกกินไก่ทอดของเด็กคนอื่นอยู่
อยู่ด้วยกันมาหลายวัน เขารู้ไส้รู้พุงเธอหมดแล้ว เรื่องหลอกเด็กกินไก่ทอดน่ะเธอทำได้แน่
จากคำพูดของอีกฝ่าย ซูอวี่เหยียนก็เข้าใจฐานะของคนตรงหน้าในทันที เขาลุกขึ้นยืนแล้วยื่นมือออกไปอย่างเป็นทางการ “สวัสดีครับ ผมชื่อซูอวี่เหยียน เป็น...เป็นลูกชายของเธอครับ”
“คุณเป็นลูกชายของซูเหมียวเหรอ” หัวหน้าสถานียื่นมือไปจับมือซูอวี่เหยียน แล้วทักทายพร้อมรอยยิ้ม “สวัสดี ฉันชื่อเซี่ยโจวเจี้ยน เป็นหัวหน้าสถานีของทีมไรเดอร์ส่งอาหารที่แม่ของคุณทำงานอยู่”
“สวัสดีครับคุณเซี่ย” ซูอวี่เหยียนทักทายอย่างสุภาพ
