หยางเหนียนเหนียนถึงกับอึ้ง
คนจากบ้านเกิดมา ใครกันที่มา?
คนในครอบครัวเธอคงไม่มาแน่ ถ้าอย่างนั้นก็ต้องเป็นคนทางบ้านของลู่สือเซิน
เธอหันไปมองลู่สือเซิน “ทางบ้านไม่ได้แจ้งคุณเหรอ?”
คนจากบ้านเกิดมา ตามหลักแล้วก็น่าจะแจ้งล่วงหน้าก่อนสิ?
ลู่สือเซินส่ายหน้า “ไม่ได้แจ้ง”
“โอ้ คนจากบ้านเกิดมาแล้ว ทำไมพวกคุณดูไม่ค่อยดีใจกันเลยล่ะ?” อวี๋หงลี่กลอกตาไปมา อยากล้วงข่าวซุบซิบจากปากทั้งคู่เต็มที
“คุณคิดมากไปแล้ว” หยางเหนียนเหนียนดึงลู่สือเซินเดินกลับบ้าน
อวี๋หงลี่แอบสะใจ ตั้งแต่หยางเหนียนเหนียนย้ายมาอยู่เขตบ้านพักครอบครัวทหาร ก็ใช้เงินมือเติบ คราวนี้พ่อแม่สามีมาเสียที คงมีคนจัดการเธอได้แล้ว
ยิ่งเดินเข้าใกล้บ้าน หยางเหนียนเหนียนก็ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจ “เรื่องที่เราจดทะเบียนสมรส คุณบอกทางบ้านหรือยัง?”
“ยัง” ลู่สือเซินตอบ
หยางเหนียนเหนียนหน้าเจื่อน “พวกเขาคงไม่ได้ข่าวอะไรมา แล้วบุกมาถามเอาเรื่องหรอกนะ?”
ในยุคนี้ ปริญญามหาวิทยาลัยมีค่ามาก ถ้ารู้ว่าลูกสะใภ้ที่เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยกลายเป็นสาวบ้านนอก พ่อแม่ของลู่สือเซินคงไม่ยกหลังคาบ้านทิ้งหรอกใช่ไหม?
ลู่สือเซินส่ายหน้า “ไม่รู้”
เขาไม่ได้บอกทางบ้าน แต่ก็ไม่รู้ว่าแม่ยายกับพี่ชายภรรยาไปบอกที่บ้านเขาหรือเปล่า
หยางเหนียนเหนียนหยุดเดิน “พ่อแม่คุณสุขภาพดีไหม? เดี๋ยวรู้ความจริงแล้วจะเป็นลมล้มพับไปเลยหรือเปล่า”
ลู่สือเซินตอบว่า “ก็ยังแข็งแรงดี...”
เขายังพูดไม่ทันจบ หยางเหนียนเหนียนก็ทำหน้าเหมือนโลกถล่ม พึมพำกับตัวเอง “จบกัน ๆ พ่อแม่คุณยังแข็งแรง ปกติอารมณ์ก็คงไม่เบาแน่ ถ้าพวกเขาจับฉันซ้อมยกใหญ่ ฉันไม่โดนตีตายหรือไง? ไม่ได้แล้ว ฉันจะไปหลบที่บ้านพี่หวังสักพัก คุณไปเกลี้ยกล่อมพวกเขาให้เรียบร้อยก่อน แล้วฉันค่อยกลับ”
