ในที่สุดสีหน้าของลู่สือเซินก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “ผมกับหยางฮุ่ยอิงไม่เคยแม้แต่จะพบหน้ากัน ไม่มีความสัมพันธ์อะไรกันทั้งนั้น เหนียนเหนียนไม่ใช่น้องเมีย แต่เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผม”
ลู่กั๋วจื้อโมโหจนเจ็บหน้าอก เขาไม่รู้ว่าลูกชายไปลงเอยกับหยางเหนียนเหนียนได้อย่างไร แต่เหตุผลนั้นไม่สำคัญแล้ว
เขารู้เพียงว่าหยางเหนียนเหนียนแทบไม่ได้เรียนหนังสือ ส่วนหยางฮุ่ยอิงเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย ทั้งคู่แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
“ตอนนั้นพ่อเห็นว่าหยางฮุ่ยอิงมีความรู้ ถึงได้ยอมจ่ายเงินก้อนโตจัดการเรื่องแต่งงานให้แก พอเรียนจบมหาวิทยาลัย รัฐก็จะจัดสรรงานให้ ต่อให้แกปลดประจำการแล้วเปลี่ยนไปทำงานอื่น ชีวิตก็ยังสุขสบาย แกทำไมถึงได้คิดผิดไปขนาดนี้?”
“เหนียนเหนียนไม่ได้ด้อยกว่าหยางฮุ่ยอิงเลย อีกอย่าง ผมกับหยางฮุ่ยอิงก็ใช่ว่าจะเหมาะกัน” ลู่สือเซินพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่คิดเลยสักนิดว่าการแต่งงานกับหยางเหนียนเหนียนจะเป็นเรื่องเสียหาย “เรื่องมันลงเอยแบบนี้แล้ว ต่อไปเหนียนเหนียนก็คือภรรยาของผม”
ลู่กั๋วจื้อโมโหจนยกมือขึ้นหมายจะตบลู่สือเซิน แต่พอยกมือขึ้นแล้ว สุดท้ายก็ไม่ได้ฟาดลงไป
เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วพูดว่า “แกไปคุยกับแม่แกเองแล้วกัน”
พูดจบก็หันหลังเดินเข้าไปในห้องโถง
หยางเหนียนเหนียนนั่งอยู่ข้างหม่าเซี่ยวจู๋อย่างสบายใจ แม่สามีไม่พูด เธอก็ไม่พูดเหมือนกัน
เธอไม่คิดจะเสนอตัวเข้าไปรับคำด่าหรอก ปล่อยให้ลู่สือเซินจัดการทั้งหมดก็แล้วกัน
พวกเขาเป็นพ่อลูก เป็นแม่ลูก ต่อให้โกรธกันแค่ไหนก็ยังเป็นครอบครัวเดียวกัน
