นั่งรถยนต์สบายกว่ารถที่ใช้ไปซื้อของตั้งเยอะ ทั้งยังไม่สั่นสะเทือนมากด้วย
ทั้งสองคนเข้าเมืองแล้วตรงไปโรงพยาบาลก่อน
เมื่อเจียงหยางเห็นลู่สือเซินผู้มีท่าทางน่าเกรงขาม ก็รู้สึกหวาด ๆ อยู่ในใจ ไม่กล้าสบตาลู่สือเซินตรง ๆ ด้วยซ้ำ
เขาคิดไม่ตกว่าหยางเหนียนเหนียนที่ทั้งผอมบางและดูนุ่มนิ่ม ทำไมถึงได้สามีที่น่ากลัวขนาดนี้มา คงเลือกเพราะหน้าตาอย่างเดียวแน่ ๆ (เขาสงสัยว่าหยางเหนียนเหนียนถูกใจหน้าตาของลู่สือเซิน)
เจียงเยวี่ยเยวี่ยเองก็กลัวอยู่บ้าง มือเล็ก ๆ วางไว้ตรงหน้า บิดไปบิดมา ไม่กล้าพูดอะไร
พอหยางเหนียนเหนียนเห็นพี่น้องคู่นี้เป็นแบบนั้น ก็เกือบกลั้นหัวเราะไม่อยู่ แต่จู่ ๆ ก็พลันนึกถึงครั้งแรกที่เจอลู่สือเซินขึ้นมา รอยยิ้มจึงหายไปทันที
ตอนนั้นในสายตาของลู่สือเซิน เธอคงขี้ขลาดแบบนี้เหมือนกันสินะ?
“น้องสาวคุณจะออกจากโรงพยาบาลได้เมื่อไร?” ลู่สือเซินถาม
เมื่อเผชิญหน้ากับคำถามของลู่สือเซิน เจียงหยางก็ยืดหลังตรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว “พรุ่งนี้ก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้วครับ”
คิดไปคิดมา เขารู้สึกว่าควรเป็นฝ่ายพูดถึงเรื่องที่หยางเหนียนเหนียนออกเงินค่ารักษาพยาบาลให้น้องสาวก่อน
ถ้าลู่สือเซินโมโหเรื่องนี้จนลงมือกับหยางเหนียนเหนียน ร่างเล็ก ๆ ของเธอคงรับหมัดเดียวไม่ไหว
เขาจึงพูดด้วยสายตามุ่งมั่นว่า “ค่ารักษาพยาบาลที่เหนียนเหนียนจ่ายให้น้องสาวผม ผมถือว่ายืมจากพวกคุณนะครับ พอผมหาเงินได้แล้วจะคืนให้เป็นสองเท่าแน่นอน คุณ...คุณอย่ารังแกเธอเพราะเรื่องนี้เลย”
