รุ่งเช้าวันถัดมา ฟ้ายังสลัวอยู่ ลู่กั๋วจื้อกับลูกชายก็ลุกขึ้นมาส่งหยางเหนียนเหนียนและลู่รั่วหลิงไปสถานีรถไฟ
ตอนลู่รั่วหลิงตื่นขึ้นมา เธอหารองเท้าไม่เจอ พอถามกวนอ้ายเหลียนถึงได้รู้ว่าอีกฝ่ายเอารองเท้าคู่เก่าที่ขาดเป็นรูของเธอไปทิ้ง แล้วหยิบคู่ใหม่มาให้
“เราสองคนใส่รองเท้าเบอร์ 38 เหมือนกัน คู่เก่าของเธอพื้นทะลุจนใส่ไม่ได้แล้ว ใส่คู่ใหม่เถอะ” กวนอ้ายเหลียนบอก
ลู่รั่วหลิงดีใจจนหุบยิ้มไม่ลง “ขอบคุณค่ะพี่สะใภ้ใหญ่”
กวนอ้ายเหลียนยังเก็บเต้าเจี้ยวพริกกับหัวไชเท้าดองที่เธอทำเองใส่ห่อให้หยางเหนียนเหนียนนำกลับไปด้วย
“น้องสะใภ้ ของพวกนี้ไม่ได้ดีอะไร อย่ารังเกียจเลยนะ เอาไปไห่เฉิงไว้กินกับหมั่นโถวและโจ๊กตอนเช้า”
หยางเหนียนเหนียนก็ไม่ได้เกรงใจ “พี่สะใภ้ใหญ่ เที่ยวนี้ฉันกลับมาทำให้พี่เหนื่อยแล้ว ทั้งเย็บรองเท้าให้ฉันกับสือเซิน แล้วยังเตรียมของกินให้เอากลับไปอีก”
กวนอ้ายเหลียนยิ้มพลางโบกมือ “ของไม่ได้มีราคาอะไรหรอก เธออย่ารังเกียจก็พอ”
ลู่รั่วหลิงพูดเสริม “พี่สะใภ้รองไม่รังเกียจแน่นอนค่ะ ครั้งก่อนที่กลับมา พี่สะใภ้รองยังชอบกินหัวไชเท้าดองเลย”
กวนอ้ายเหลียนคิดในใจ น้องสาวเอ๋ย หยางเหนียนเหนียนกินหัวไชเท้าดองก็เพราะที่บ้านไม่มีอาหารดี ๆ ไว้กินกับข้าวตอนเช้าต่างหาก
เธอกำชับว่า “พี่สะใภ้รองของเธอผอมบาง ระหว่างทางก็ช่วยถือของให้หนักหน่อยนะ ถึงไห่เฉิงแล้วอย่าลืมเขียนจดหมายกลับมา”
ลู่รั่วหลิงพยักหน้าอย่างหนักแน่น “ฉันจะดูแลพี่สะใภ้รองให้ดีแน่นอนค่ะ”
หม่าเซี่ยวจู๋เดินออกมาจากห้องพร้อมขอบตาคล้ำ มือยังกำเงินไว้ห้าหยวน เธอยัดเงินใส่มือลู่รั่วหลิง
จากนั้นก็เอ่ยกำชับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็น “เก็บเงินนี่ไว้ซื้อของใช้ พอถึงไห่เฉิงแล้วก็เชื่อฟังพี่สะใภ้รอง ตอนกลางคืนอย่าออกไปเดินเล่นข้างนอกมั่วซั่ว อย่าไปสนใจผู้ชายที่เข้ามาจีบง่าย ๆ พวกนั้นไม่ได้หวังดีหรอก แม่จะช่วยดูผู้ชายดี ๆ ไว้ให้ที่บ้าน ถ้ามีคนเหมาะสม รอเธอกลับมาช่วงตรุษจีนค่อยไปดูตัว”
