ลู่สือเซินพยักหน้า “ผมไปอาบน้ำก่อน พวกคุณนอนกันได้เลย”
สีหน้าเขาสงบนิ่ง ดูไม่มีความคิดอื่นแอบแฝง
หยางเหนียนเหนียนรู้สึกเหมือนตัวเองคงคิดไปเอง
ช่วงนี้ความเป็นอยู่ดีขึ้น เธอรู้สึกว่ารอบเอวมีเนื้อเพิ่มขึ้นมานิดหน่อย พอเห็นว่าอันอันหลับไปแล้ว จึงปีนขึ้นเตียง นั่งขัดสมาธิอยู่ตรงหัวเตียงแล้วฝึกโยคะอยู่พักหนึ่ง
ชาติที่แล้ว เวลาว่างจากเรียน นอกจากเล่นเกมแล้ว เธอก็ชอบฝึกโยคะเป็นครั้งคราว
เพราะเป็นคนติดบ้าน แถมยังไม่คิดเรื่องความรัก ตอนเพื่อนร่วมห้องพากันคบหาดูใจกัน เธอจึงยังครองตัวเป็นโสดอยู่คนเดียว
เรื่องในอดีตไม่ควรหวนคิด ไม่รู้ว่าพ่อกับแม่จะรับแรงกระแทกจากการสูญเสียเธอได้หรือเปล่า ยังดีที่เธอไม่ใช่ลูกคนเดียว ที่บ้านยังมีน้องชายอีกคน
พ่อแม่ยังมีลูกชายอยู่ข้างกาย อย่างน้อยก็คงไม่ต้องอยู่อย่างไร้ที่พึ่งยามแก่เฒ่า...
ร่างเดิมมีความยืดหยุ่นดี หยางเหนียนเหนียนนั่งขัดสมาธิ ประนมมือยกขึ้นเหนือศีรษะ กำลังค้างท่านี้อยู่ จู่ ๆ ประตูห้องก็ถูกผลักเปิด
พอลู่สือเซินเข้ามาในห้อง ก็เห็นหยางเหนียนเหนียนนั่งอยู่บนเตียง กำลังทำท่าทางประหลาด
“คุณกำลังทำอะไรอยู่?”
“ออกกำลังกายลดน้ำหนักน่ะ” หยางเหนียนเหนียนลดมือลง แล้วก้มตัวคลานเข้าไปด้านในเตียง
พัดลมเป่าเสื้อของเธอให้เลิกขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นเอวบางช่วงหนึ่ง ผิวขาวจนแสบตา
ลู่สือเซินเบือนสายตาแล้วนั่งลงริมเตียง “ช่วงนี้อันอันดื้อบ้างหรือเปล่า?”
หยางเหนียนเหนียนดึงผ้าห่มบางมาคลุมขา “เชื่อฟังดีค่ะ พวกเราเข้ากันได้ดีอยู่ เขาชอบกินกับข้าวที่ฉันทำมาก”
ลู่สือเซินเหลือบมองแก้มกลม ๆ ของอันอันที่ดูอวบขึ้นกว่าเดิมนิดหน่อย ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ “ดูออก”
