“อาชิว เมื่อก่อนเจ้าเอาแต่ร้องจะอาบน้ำร่วมกับข้า เหตุใดช่วงนี้ถึงยิ่งหลบหน้าข้าเล่า หรือช่วงนี้ข้าทำอะไรได้ไม่ดี จนทำให้เจ้ารังเกียจข้า?”
“เอ้อนิวเป็นคนที่ภรรยาเก็บกลับมาแต่แรก หากภรรยาไม่ต้องการข้าแล้ว ข้าสู้ไปตายเสียยังดีกว่า”
หลู่ฉืออู๋ก้มหน้า หางตาแดงก่ำ ดูน้อยเนื้อต่ำใจอย่างยิ่ง
“เอ่อ ฮะฮะ……”
ร้องจะอาบน้ำร่วมกัน?
ยวี่ชิวเซี่ยสงสัยว่าบทบาทหญิงตัวประกอบคงถูกกำหนดให้เป็นนางมารราคะ
เหมือนตัวเธอเองไม่มีผิด
วันหน้าเมื่อเธอได้สามีหนุ่มจากเจียงหนานสักคน เธอจะต้องสืบทอดธรรมเนียมอาบน้ำร่วมกันทุกวันให้ได้
แต่!
ห้ามทำเช่นนั้นกับหลู่ฉืออู๋ เกย์ตัวพ่อที่ซ่อนอยู่เด็ดขาด
ในต้นฉบับ นอกจากฐานะบุตรชายสายตรงของตระกูลหลู่แล้ว หลู่ฉืออู๋ยังมีฐานะที่สูงส่งยิ่งกว่านั้น
ดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับวังเซียนแห่งหม้อเตายาในโลกเซียนชั้นบน
แต่ตัวประกอบหญิงตายเร็วเกินไป เรื่องราวช่วงท้ายของเรื่อง เธอย่อมไม่รู้หรอก
“ข้าก็ไม่ได้บอกว่าไม่ต้องการเจ้าเสียหน่อย” ถ้าข้าบอกว่าไม่ต้องการจริง ๆ เจ้าไปตายเสียได้จริงหรือ? ถ้าอย่างนั้นข้าก็เป็นอิสระแล้วสิ
บุรุษนี่นะ ปากกับใจไม่ตรงกันเลย
“แล้วเหตุใดอาชิวถึงจงใจตีตัวออกห่างข้ามาหลายวันเช่นนี้?”
“เพราะข้ารู้สึกละอายใจ!”
ยวี่ชิวเซี่ยยกมือเช็ดน้ำตาที่ไม่มีอยู่จริง
ทุกอย่างก็เพื่อเรียนวิชาแพทย์
ต้องเกลี้ยกล่อมเขาให้สงบลงก่อน
“ข้ารู้ว่าเอ้อนิว เจ้าใช้ชีวิตลำบากใจ ต้องออกไปหาเงินอย่างเหน็ดเหนื่อย ส่วนข้าอยู่บ้านไม่ทำอะไรสักอย่าง แถมยังกลั่นแกล้งเจ้าอีก พอข้าคิดได้แล้วก็รู้สึกผิดเหลือเกิน”
“ข้าคิดว่าความรู้สึกของเราคงกลับไปเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว เมื่อก่อนข้าช่วยชีวิตเจ้า แล้วใช้บุญคุณบังคับให้เจ้าแต่งเข้าบ้านข้า ทั้งที่เจ้าไม่เคยข้องเกี่ยวกับหญิงอื่นมาก่อนเลย”
“เจ้าแค่เข้าใจบุญคุณผิดเป็นความรัก เราสองคนไม่ได้รักกันจริง ๆ ข้าเป็นหญิงชั่ว พวกเขาพูดไม่ผิด ข้าไร้ยางอายยึดครองเจ้าไว้ ข้ารู้แล้วว่าตัวเองผิด”
ข้าสำนึกผิดแล้ว เพราะฉะนั้นต่อไปอย่าเอามีดมาฟันข้าก็พอ
“แต่เรื่องพวกนั้นข้าไม่ถือสาเลย คนที่ข้ารักมีเพียงเจ้า” ดวงตาของหลู่ฉืออู๋แดงก่ำ
“เป็นข้าเองที่เป็นฝ่ายขออยู่ดูแลเจ้า ข้าเคยสาบานไว้แล้วว่าชาตินี้จะดีกับเจ้า หากไม่มีเจ้า ข้าคงตายไปนานแล้ว”
“หากเจ้าไม่ได้ช่วยชีวิตข้าไว้ เจ้าก็ไม่ต้องขายสมบัติในบ้าน ตอนนี้คงได้ใช้ชีวิตมั่งคั่งร่ำรวย มีคนคอยหยิบเสื้อผ้าให้ มีอาหารคอยป้อนถึงปาก”
สายตาของยวี่ชิวเซี่ยเหลือบไปทางซ้ายอย่างเลิ่กลั่ก
นั่นข้าหลอกเจ้าทั้งนั้นแหละ เจ้าหนุ่มน้อย
มั่งคั่งร่ำรวยอะไร บ้านข้ามีแค่คอกวัว คอกหมู คอกไก่ให้สืบทอดเท่านั้นเอง
“เป็นข้าเองที่ทำได้ไม่ดีพอ จนทำให้เจ้าหวาดกลัว”
เสียงน้ำดังซ่า ๆ
บุรุษในถังอาบน้ำพลันลุกขึ้นยืน
กลีบดอกไม้สีแดงเข้มแนบติดเรือนร่าง ปกปิดกึ่งหนึ่งเผยให้เห็นกึ่งหนึ่ง
ถึงจะตกอับมาอยู่ในชนบท แต่ร่างกายนี้ก็สมกับเป็นพระเอกฝ่ายรับในนิยายจริง ๆ
รูปร่างได้สัดส่วน ผิวขาวเนียนไร้ตำหนิ
ตรงสเปกเธอเลย
ตอนอยู่ในยุคปัจจุบัน ยวี่ชิวเซี่ยก็ชอบหนุ่มผิวขาวเนียนแบบนี้ ยิ่งมีบรรยากาศของบัณฑิตอยู่หน่อยยิ่งดี
เธอไม่ค่อยชอบหนุ่มผิวเข้มกล้ามโต แต่ทุกครั้งหนุ่มแบบที่เธอชอบกลับถูกชาวเน็ตลากไปเป็นตัวประกอบให้หนุ่มผิวเข้มกล้ามโตเสมอ
ต่อให้บรรดาบล็อกเกอร์หนุ่มอ่อนโยนเหล่านั้นไม่ได้คิดเช่นนั้น และเขียนชี้แจงไว้ในประวัติหน้าแรกว่าตนชอบผู้หญิง ส่วนช่องแสดงความคิดเห็นก็ยังเต็มไปด้วยคำพูดอย่าง “ที่ขาดคือผู้ชาย ไม่ใช่ผู้หญิง”
ชอบหนุ่มอ่อนโยนแล้วมันผิดตรงไหน?
โลกนี้ช่วยเปิดพื้นที่ให้ผู้ชายอ่อนแอที่ไม่ใช่เกย์ได้บ้างเถอะ
หลู่ฉืออู๋มีหน้าตาแบบหนุ่มอ่อนโยนบอบบางเช่นนั้น โดยเฉพาะเวลาที่อยู่ต่อหน้าคนอื่นเขาเป็นสุภาพบุรุษสง่างาม แต่พออยู่ลับหลังกลับเปราะบางและเจ้าเล่ห์ รู้จักเล่นบทน่าสงสาร ความแตกต่างนี้ช่างโดนใจรสนิยมของยวี่ชิวเซี่ยพอดี
แต่คำว่าราคะนี่แหละคือมีดคมที่อยู่เหนือศีรษะ
มองต่ออีกหน่อยก็จะเห็นส่วนสำคัญเข้าแล้ว
ยวี่ชิวเซี่ยรีบยกมือทั้งสองข้างปิดตา
พระเอกฝ่ายรับคนนี้ยังเป็นพวกคลั่งรักอีกด้วย
ตอนนี้รักลึกซึ้งแค่ไหน พอความทรงจำกลับคืนมาก็จะเกลียดมากเท่านั้น
ความเจ็บปวดจากการถูกเพลิงโอสถแผดเผา ยวี่ชิวเซี่ยไม่เคยลืมแม้แต่น้อย
“แม้แต่ร่างกายของข้า เจ้าก็ไม่ยอมมองแล้วหรือ?”
เสียงของหลู่ฉืออู๋แฝงความเจ็บปวด
“ดู ๆ ๆ ข้าดูแล้วก็ได้!”
ในที่สุดก็ติดกับแล้ว
ตัวน้อยในใจของยวี่ชิวเซี่ยเงยหน้าขึ้น ใช้มือปัดผมข้างขมับทั้งสองฝั่ง สีหน้าภาคภูมิใจลำพองใจ แอบสะใจอยู่ในใจ
กินไม่ได้ สกปรกเกินไป
แต่แค่มองคงได้กระมัง
“เอ้อนิว ข้าคิดว่าเราสองคนต้องใช้เวลาสงบสติอารมณ์กันสักหน่อย”
ยวี่ชิวเซี่ยเอ่ยประโยคเย็นชาไร้เยื่อใยนี้ออกมา ก่อนจะเหลียวกลับไปมองอีกหลายครั้งอย่างอาลัยอาวรณ์
สายตาเลื่อนผ่านใบหน้าซีดเซียวของหลู่ฉืออู๋ กวาดมองกล้ามอก กล้ามท้อง และกล้ามเนื้อต้นขา เมื่อพอใจแล้ว ยวี่ชิวเซี่ยก็ปิดประตู
ฮิฮิ คืนนี้ได้ดูของดีเต็มอิ่มเลย
……
หลังจากทั้งสองคนแยกกันล้างหน้าบ้วนปาก หลู่ฉืออู๋ก็สงบลงมาก ไม่โต้เถียง ไม่เล่นบทน่าสงสารอีก
เห็นภรรยายังคงหลบหน้า เขาจึงเงียบ ๆ ออกจากห้องนอน ไปนอนค้างที่ห้องโถง
เทียนในห้องโถงสว่างอยู่ตลอดทั้งคืน
วันรุ่งขึ้น ยวี่ชิวเซี่ยตื่นขึ้นมาก็พบต้นฉบับที่เขียนด้วยลายมือเล่มหนึ่งวางอยู่ข้างหมอน
“เขายอมสอนข้าจริง ๆ ด้วย”
หลู่ฉืออู๋ไม่ได้นอนทั้งคืน เขาจัดเรียงความรู้เรื่องสมุนไพรที่ยุ่งเหยิงในหัวทีละอย่าง แบ่งหมวดหมู่ แล้วเรียบเรียงออกมาเป็นตัวหนังสือที่เข้าใจง่าย
เมื่อเจอสมุนไพรที่มีรูปร่างคล้ายกันจนแยกแยะได้ยาก เขาก็วาดภาพประกอบเอาไว้ด้วย
“เขียนได้ตั้งใจขนาดนี้เชียว”
ยวี่ชิวเซี่ยถือกระดาษต้นฉบับเดินออกจากห้องนอน คิดจะกล่าวขอบคุณเขาดี ๆ แต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงา ในห้องครัวมีอาหารเช้าที่อุ่นเอาไว้ เป็นโจ๊กข้าวโพดใส่หมูเส้นที่ส่งกลิ่นหอมฉุยหนึ่งชาม
ถ้าเขาไม่ได้เป็นคนในนิยาย ยวี่ชิวเซี่ยคงหวั่นไหวจริง ๆ
หลู่ฉืออู๋ตรงกับจินตนาการทุกอย่างที่เธอมีต่อคนรัก
ภายในลานบ้าน แม่ไก่ส่งเสียงกุ๊ก ๆ พลางคุ้ยดินหาแมลงกิน ยวี่ชิวเซี่ยนั่งใต้ต้นไหว อ่านตำราแพทย์ที่หลู่ฉืออู๋เรียบเรียง
“หญ้าเสวี่ยเจี้ยน เติบโตตามซอกหินบนหน้าผาร่มเงาทางเหนือของจื่อชวน เก็บหลังวันตงจื้อเจ็ดวัน มีฤทธิ์อุ่น เข้าสู่เส้นลมปราณปอด ใช้รักษาอาการไอจากความเย็นและหอบเรื้อรัง นำไปผสมกับน้ำผึ้งแล้วปั้นเป็นยาเม็ด ใช้รักษาโรคเรื้อรังที่เป็นมาสามปีได้ รากขาวราวไขมัน ใต้ใบมีขนอ่อนยาวสามชุ่น ขยี้แล้วแตกละเอียดทันที”
“เถาเกล็ดมังกร มักเติบโตในป่าดึกดำบรรพ์ชื้นร้อนของแคว้นจ้าว เลื้อยพันขึ้นไปตามต้นไม้โบราณ ลำต้นมีเกล็ดเล็ก ๆ คล้ายหนังงู เก็บยอดอ่อนมาตากแห้งแล้วบดเป็นผง ใช้ทาภายนอกเพื่อถอนพิษงูและแมลง หากกินเข้าไปสามเฉียน จะช่วยลดไข้สูงที่ไม่ยอมลดติดต่อกันสามวัน”
เพื่อนบ้านซ้ายขวาได้ยินเสียงอ่านหนังสือที่กังวานชัดเจน ก็พากันซุบซิบกันเป็นการส่วนตัว
“ยวี่ชิวเซี่ย ยายขี้เกียจนั่นเปลี่ยนนิสัยแล้วหรือ? เมื่อวานข้ายังเห็นนางซักผ้าเองอยู่เลย วันนี้ถึงกับอ่านหนังสือ แปลกจริง ตะวันขึ้นทางทิศตะวันตกแล้วหรือไร”
“คงเป็นเพราะท่านหมอยวี่เบื่อนางแล้ว นางถึงเริ่มขยันขึ้นกระมัง!”
“ข้ารอวันนี้มานานแล้ว!” ดวงตาเล็กเท่าเมล็ดงาของหวังเอ่อโก่วพลันเปล่งประกายด้วยความปรารถนา
ดีเหลือเกิน! ต้องเป็นเพราะการฟ้องเมื่อวานได้ผลแน่!
ท่านหมอยวี่เป็นบุรุษหล่อเหลาองอาจขนาดนั้น จะปล่อยให้ผู้หญิงคนหนึ่งครอบครองได้อย่างไร? บุรุษดี ๆ ก็ต้องแบ่งกันเองในหมู่บุรุษสิ อย่างนี้เรียกว่าปุ๋ยดีไม่ไหลออกนอกนา
ท่านหมอยวี่ถูกยวี่ชิวเซี่ยหลอกมานาน ในที่สุดก็ได้สติแล้ว
ถ้าอย่างนั้นโอกาสของหวังเอ่อโก่วก็มาถึงแล้ว
ต้องใช้ยาแรงสักขนาน เร่งให้พวกเขาหย่ากัน
……
ยวี่ชิวเซี่ยอ่านหนังสือจนเหนื่อย จึงเริ่มเตรียมอาหารกลางวันของวันนี้
ทุกวันตอนเที่ยง ไม่ว่าหลู่ฉืออู๋จะไปตรวจรักษาไกลแค่ไหน เขาก็จะกลับมาทำอาหารให้นาง หรือไม่ก็เตรียมอาหารกลางวันไว้ให้อุ่นอยู่ในหม้อตั้งแต่ตอนออกจากบ้านยามเช้า
วันนี้ในหม้อมีแค่อาหารเช้า แสดงว่าตอนเที่ยงเขาจะกลับมาอีก
“เมื่อวานข้าหาทักษะซักผ้ากลับมาเจอแล้ว วันนี้ก็หาทักษะทำอาหารกลับมาให้ได้”
ก่อนเข้าครัว เธอเชื่อมั่นว่าตนเป็นอัจฉริยะด้านการทำอาหาร
ทำอาหารก็แค่ก่อไฟ แล้วเอาวัตถุดิบกับเครื่องปรุงใส่รวมกันไม่ใช่หรือ?
หลู่ฉืออู๋ทำงานมาตลอดทั้งเช้า พอกลับถึงบ้านก็เห็นอาหารสีดำปี๋วางอยู่บนโต๊ะหลายจาน โลกทั้งใบพลันพังทลายลง
นางถึงกับลงครัวทำอาหารเองแล้ว นางทำเป็นทุกอย่างแล้ว นางไม่ต้องการเขาแล้วหรือ?
ภรรยานั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เท้าคางยิ้มมองเขาตาหยี
“รีบมากินสิ เอ้อนิว”
“ลังเลอะไร? ข้าไม่ได้วางยาพิษหรอก”
“เพื่อขอบคุณเจ้าที่เขียนตำราแพทย์ดี ๆ แบบนี้ให้ข้า ข้าจึงตั้งใจลงครัวทำอาหารตอบแทนเจ้า ต้องกินให้หมด ห้ามเหลือแม้แต่คำเดียวเชียว”
……
