“เด็กจริง ๆ”
แววขบขันวาบผ่านดวงตาของลู่หมิงเฉียว
จี้ชิงอันมองทั้งสองคนหยอกล้อกัน
เขายิ้มพลางกล่าวว่า “พวกคุณสนิทกันดีจัง ในโลกาวินาศยังมีคนรักอยู่เคียงข้าง ช่างโชคดีจริง ๆ”
“ใครเป็นคนรักกับเขากัน!”
ซังหลิงพูดสวนขึ้นมาทันทีอย่างจนใจ
“จี้ชิงอัน อายุยังน้อยแต่สายตาไม่ดีเสียแล้วเหรอ ฉันกับเขาตรงไหนที่ดูเหมือนเป็นคู่รักกัน?!”
“หืม?” จี้ชิงอันชะงักไปเล็กน้อย “ขอโทษ ๆ ผมนึกว่าพวกคุณเป็น...”
ซังหลิงส่งเสียงฮึ “อย่างมากเขาก็เป็นแค่หมาของฉัน ส่วนจะได้เป็นแฟนฉันหรือเปล่า ก็ต้องดูอารมณ์ฉันก่อน!”
“อ๋อ—ที่แท้ก็แบบนี้นี่เอง” แววขบขันในดวงตาจี้ชิงอันเข้มข้นขึ้น “งั้นผมคงเข้าใจผิดไปเอง”
ลู่หมิงเฉียวทำหูทวนลม
เขาลากเก้าอี้มานั่งอย่างสงบ แล้วแกะตะเกียบออกจากห่อ
คลุกข้าวหน้ากุนเชียงที่อุ่นร้อนแล้วให้เข้ากัน ก่อนลงมือกิน
พอซังหลิงรู้ตัว เขาก็กินข้าวหน้ากุนเชียงไปแล้วครึ่งหนึ่ง!
ซังหลิงแทบไม่อยากเชื่อ ตั้งแต่แรกจนถึงตอนนี้ เธอคิดมาตลอดว่าข้าวกล่องนี้ลู่หมิงเฉียวอุ่นไว้ให้ตัวเอง
แต่แล้ว! เจ้าหมอนี่กลับแอบกินเสียเอง!
“ลู่หมิงเฉียว!”
ซังหลิงน้อยใจจนง้อยากสุด ๆ
กระทั่งขึ้นรถแล้ว เธอก็ยังกอดอก ทำท่าทีปฏิเสธไม่ยอมพูดกับลู่หมิงเฉียว
จี้ชิงอันยืนอยู่นอกรถ โน้มตัวลงมาคุยกับซังหลิง
“หลิงหลิง คราวหน้าถ้ามีธุระก็แวะมาได้ทุกเมื่อเลยนะ”
ซังหลิงไม่พอใจ น้ำเสียงจึงพาลใส่เขาไปด้วย
“จี้ชิงอัน นี่คุณกำลังสาปแช่งฉันอยู่หรือไง”
จี้ชิงอันยังคงยิ้ม ราวกับไม่ถือสาอะไร “ขอโทษนะหลิงหลิง ผมพูดผิดไปเอง ผมหมายถึงที่นี่มีพื้นที่กว้าง ห้องก็เยอะ ยินดีต้อนรับให้หลิงหลิงแวะมาเที่ยวได้ทุกเมื่อ”
