ซังหลิงสะดุ้งตกใจ ลืมขัดขืนไปเสียสนิท
ริมฝีปากอิ่มสีชมพูเผยอออกเล็กน้อย ปลายลิ้นสีแดงสดโผล่พ้นมาให้เห็น
เธอจ้องลู่หมิงเฉียวเขม็ง
เขาคิดจะทำอะไร? จะตีเธอหรือไง?
ลู่หมิงเฉียวเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตนคิดจะทำอะไร เพียงแต่สัญชาตญาณผลักดันให้เขาทำเช่นนั้น
ใบหน้าของซังหลิงเล็กจริง ๆ ครึ่งล่างของใบหน้าถูกเขากุมไว้ในฝ่ามือ ผิวเนียนนุ่มลื่นมือ
เสียงหัวใจที่เต้นกระแทกอยู่ในอกดังจนแก้วหูหึ่งไปหมด
“อื้อ… ลู่หมิง…”
ลู่หมิงเฉียวโน้มตัวเข้ามาใกล้
ไหล่กว้างตั้งตรงโอบกักร่างหญิงสาวไว้ทั้งตัว
แหมะ…
หยดน้ำที่ซังหลิงสาดใส่ไหลลงมาตามเส้นผมด้านหน้า
ตกกระทบบนไหปลาร้าอันงดงามของเธอ แล้วแตกกระจายราวกับเกล็ดเพชร
ลู่หมิงเฉียวราวกับถูกมนตร์สะกด ลมหายใจของทั้งคู่พันเกี่ยวกันอยู่
“เพียะ!”
ความแสบร้อนแล่นวาบขึ้นมา ลู่หมิงเฉียวหันหน้าหนีไปด้านข้าง
รอยนิ้วเล็ก ๆ ค่อย ๆ ปรากฏชัดบนผิวขาวเย็นของเขา
ซังหลิงถามว่า “ได้สติหรือยัง? ลู่หมิงเฉียว คุณคิดจะทำอะไร อย่าบอกนะว่าคิดจะจูบฉัน!”
ลู่หมิงเฉียวเม้มปาก “ครั้งที่สาม”
“อะไรสามครั้ง วันนี้คุณแปลก ๆ นะ รู้ตัวไหม!”
หญิงสาวไร้เดียงสา ใบหน้าสวยประณีตฉายชัดถึงความเอาแต่ใจและดื้อรั้น
เธอลืมไปเสียสนิทว่านี่เป็นครั้งที่สามแล้วที่ตบหน้าเขา
ลูกกระเดือกของลู่หมิงเฉียวขยับขึ้นลง แววตาดำขลับราวกับหมึกเข้มข้นที่ไม่อาจเจือจาง แผ่แรงกดดันจนชวนหวาดหวั่น
ซังหลิงไม่มีทางหลบหนี
แต่ตบไปแล้ว เธอไม่มีทางขอโทษลู่หมิงเฉียวเด็ดขาด!
ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังชะงักค้าง ลู่หมิงเฉียวก็ปล่อยเธอแล้วหันหลังเดินออกจากห้องน้ำไปอย่างกะทันหัน
