ภารกิจวันนี้คือแกะเมล็ดข้าวโพดออกจากฝัก
จางอวี้หัวตั้งใจขอถุงมือมาสองคู่ เพื่อแบ่งให้ซังหลิงกับจ้าวเสี่ยวเหมย
ถุงมือเป็นของเก่า เส้นไหมพรมตรงปลายนิ้วบางจนแทบเหลือแค่ชั้นเดียว ดูเหมือนดึงนิดเดียวก็ขาด แถมยังมีคราบสกปรกเก่าฝังแน่นอยู่ ไม่รู้ว่าเป็นคราบอะไร
ซังหลิงถือถุงมือไว้ พลางรู้สึกพะอืดพะอมเล็กน้อย
จางอวี้หัวปลอบว่า “อดทนหน่อยนะ พวกเธอเพิ่งเริ่มทำงานนี้ ถ้าไม่สวมถุงมือแล้วใช้มือเปล่าแกะเมล็ด อีกเดี๋ยวมือก็ถลอกหมด”
ซังหลิงย่นปาก บีบจมูกแล้วสอดมือเนียนนุ่มเข้าไป ทันใดนั้นขนทั่วร่างก็ลุกชัน น้ำตาแทบไหลออกมา
จางอวี้หัวถอนหายใจอยู่ข้าง ๆ
ซังหลิงหยิบข้าวโพดขึ้นมาหนึ่งฝัก เอ่ยเสียงอู้อี้ว่า “พี่อวี้หัว พี่จะคิดว่าฉันเรื่องมากเกินไปเหมือนกันไหม”
“คนเพิ่งลงชนบทก็เป็นแบบนี้กันทั้งนั้น บางคนหนักกว่าเธออีก สุดท้ายก็ยังผ่านมันมาได้” จางอวี้หัวเป็นคนมีประสบการณ์ เธอปักหลักอยู่ในชนบทมาหลายปี พบเห็นอะไรมาไม่น้อย กระทั่งเยาวชนผู้มีการศึกษาที่ถูกบีบจนเสียสติก็เคยเจอ “ดูอย่างฉันสิ ข้าวโพดพวกนี้ตากจนแห้งกรอบแล้ว แกะง่าย เธอค่อย ๆ ทำไป ค่อย ๆ ปรับตัวนะ”
จ้าวเสี่ยวเหมยเองก็สวมถุงมือ เลียนแบบวิธีแกะของจางอวี้หัว
ซังหลิงสูดจมูก ดวงตาแดงเรื่อขณะพูดว่า “พี่อวี้หัว พี่เป็นคนดีจริง ๆ”
ซังหลิงค่อย ๆ แกะทีละนิด เธอไม่อาจทำได้คล่องเหมือนพวกจางอวี้หัวที่แค่กรีดมือลงบนฝัก เมล็ดข้าวโพดสีเหลืองทองก็ร่วงกราวลงมา เธอต้องค่อย ๆ แคะทีละเม็ด คนอื่นแกะเสร็จไปสองฝักแล้ว เธอยังไม่ทันแกะหมดแม้แต่ฝักเดียว
