ตอนนี้เพิ่งเริ่มปิดเทอมฤดูร้อนพอดี มีเวลาถ่ายทำเหลือเฟือ
ซังหลิงกับซังอวี๋อยู่บ้านทั้งคู่
เธอแวะไปดู เห็นซังอวี๋เก็บข้าวของล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่—
ซังหลิงมองกระเป๋านักเรียนกับถุงผ้าใบเล็กที่ซังอวี๋เตรียมไว้ เธอถามว่า “เธอจะเอาไปแค่นี้เหรอ? แล้วเสื้อผ้าล่ะ?”
ซังอวี๋หันมามองเธอแวบหนึ่ง ซังหลิงคิดว่าอีกฝ่ายกำลังแค่นยิ้มใส่เธอหรือเปล่า?
“ฉันเก็บของเสร็จแล้ว ไม่ต้องมายุ่ง”
ส่วนความจริงนั้น แน่นอนว่าไม่จำเป็นต้องขนเสื้อผ้าขาด ๆ พวกนั้นไปขายหน้า รอให้เธอได้เข้าไปอยู่ในตระกูลร่ำรวย แล้วได้พ่อบุญธรรมกับแม่บุญธรรมที่มีเงิน พวกเขาต้องซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้เธอแน่
ซังหลิงกลอกตา “อุตส่าห์หวังดีเตือน ไม่ยุ่งก็ไม่ยุ่ง”
ซังเอินเองก็รู้สึกว่าช่วงนี้ซังอวี๋อารมณ์ร้ายเหลือเกิน พอเห็นซังหลิงเดินไป เขาก็วิ่งไปหาซังอวี๋แล้วพูดว่า “พี่ห้ามดุพี่หลิงหลิงแบบนั้นนะ!”
“ฉันจะดุแล้วทำไมล่ะ? ไอ้เด็กเนรคุณ ตกลงใครกันแน่เป็นพี่สาวของนาย?” ซังอวี๋จ้องเขาเขม็ง น้องชายคนนี้ชาติที่แล้วก็ไม่เคยช่วยเธอ เพราะฉะนั้นชาตินี้เธอก็ไม่คิดจะเอาเขาไว้เหมือนกัน!
ซังเอินตอบว่า “ใครดีกับผม คนนั้นก็เป็นพี่สาวผม!”
พูดจบก็วิ่งตึงตังจากไป
แม้เขาจะไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่สัมผัสได้ว่าสายตาที่ซังอวี๋มองเขาไม่เป็นมิตรเลย กระทั่งแฝง—ความมุ่งร้ายอยู่ด้วย
ซังอวี๋หอบสัมภาระออกเดินทาง
จะมีช่างภาพติดตามถ่ายเธอตั้งแต่ขึ้นรถ ไปจนเครื่องบินลงจอดและได้พบพ่อแม่คนใหม่
