ซังหลิงไม่คิดเลยว่าโม่จั๋วฮวาจะใส่ใจถึงเพียงนี้
ที่จริงแล้ว พ่อแม่ของตระกูลซังเลี้ยงดูเธอมาในฐานะคุณหนูผู้เพียบพร้อมมาตั้งแต่เด็ก ยิ่งรูปลักษณ์ภายนอกของเธอโดดเด่น ก็ยิ่งได้รับการทะนุถนอมเป็นพิเศษ เรื่องการดูแลตัวเองพวกนี้ ซังหลิงย่อมคุ้นเคยดี
เพียงแต่หลังแต่งงาน พ่อแม่ก็เข้ามายุ่งไม่ได้แล้ว ส่วนเจียงเชียนอวี่ก็ไม่เคยสนใจดูแลเธอ ซังหลิงจึงเริ่มขี้เกียจ ตัดขั้นตอนบางอย่างที่คิดว่าไม่จำเป็นออกไป
คิดแล้ว ซังหลิงก็ขยับหลบให้เล็กน้อย ก่อนบอกโม่จั๋วฮวาว่า “ถ้าอย่างนั้น...เข้ามารอข้างในไหม”
อีกฝ่ายอุตส่าห์มีน้ำใจมาชวนเธอ เธอคงปล่อยให้เขายืนรออยู่หน้าห้องเฉย ๆ ไม่ได้
ลมหายใจของโม่จั๋วฮวาสะดุด หัวใจเริ่มเต้นเร็วขึ้น
เขามองซังหลิงนั่งลงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง บนนั้นวางขวดกระปุกอยู่หลายใบ
หญิงสาวหันหลังให้เขา จึงไม่เห็นแววตาแปลกประหลาดที่วูบไหวอยู่ในดวงตาดำสนิทของชายหนุ่ม ในนั้นมีทั้งความปรารถนา ความยินดี และความใคร่...
นี่ถือเป็นการเชื้อเชิญใช่ไหม? ต้องใช่แน่
ลำคอของโม่จั๋วฮวาแห้งผาก เขาค่อย ๆ ก้าวเข้าไปในห้องอย่างระมัดระวัง
ไม่ขยับสุ่มสี่สุ่มห้า ยืนนิ่งอยู่ด้านหลังซังหลิงราวกับท่อนไม้
มองผ่านกระจกดูเธอค่อย ๆ ทาโลชั่นลงบนใบหน้าเล็ก ๆ อย่างประณีต
เขาซ่อนมือไว้ด้านหลัง กำแน่นจนแทบห้ามความปรารถนาอันละโมบเอาไว้ไม่อยู่ อยากช่วยเธอทาให้เหลือเกิน ราวกับเป็นสามีตัวจริงของเธอ
ภายในห้องอบอวลด้วยกลิ่นหอมสดชื่นที่คล้ายดอกไม้ปนผลไม้ หอมหวานเข้มข้น แผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูอากาศ
