ลู่หมิงเฉียวยืนหันหลังให้เธอ “อืม”
ซังหลิงเข้าไปได้ไม่นาน ก็พูดขึ้นอีกว่ากลิ่นในห้องจางช้าเกินไป
“คุณไปนอนพักบนโซฟาสักหน่อยเถอะ” ลู่หมิงเฉียวบอก
“ฉันไม่เอา ตอนนี้ฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณ!”
ลู่หมิงเฉียวเม้มปาก ครู่หนึ่งจึงเอ่ยเสียงขรึม “เดี๋ยวผมมีธุระ ต้องออกไปข้างนอกสักรอบ”
ซังหลิงจงใจหาเรื่องเขาอยู่แล้ว เธออยากลองดูว่าลู่หมิงเฉียวจะอดทนกับเธอได้ถึงแค่ไหน
ฟังคำตอบของลู่หมิงเฉียวแล้ว ซังหลิงก็อดขยับนิ้วไม่ได้
ชะงักไปชั่วขณะ
ลู่หมิงเฉียวกินข้าวเสร็จ เก็บชามกับตะเกียบเรียบร้อยแล้วก็หันมาถามเธอ “ยังมีอะไรต้องการอีกไหม”
ซังหลิงพองแก้ม “ทำไมคุณถึงว่าง่ายขนาดนี้!”
ลู่หมิงเฉียวเลิกคิ้ว คล้ายจะขำอยู่บ้าง “ผมไม่เชื่อฟัง คุณก็โกรธ พอผมเชื่อฟัง คุณก็ยังโกรธอีก”
ที่จริงเขาอยากถามมากกว่าว่า ซังหลิง ผมทำให้คุณขัดตาขนาดนั้นเลยหรือ
“ใช่ ฉันก็เป็นคนรับมือยากแบบนี้แหละ” ซังหลิงกอดอก “ตอนนี้คุณคงรำคาญฉันแล้วใช่ไหม เสียใจหรือเปล่าที่ตอนนั้นรับปากแม่ฉัน”
เธอจ้องใบหน้าลู่หมิงเฉียว ไม่ยอมปล่อยให้ความเปลี่ยนแปลงแม้เพียงเล็กน้อยบนสีหน้าของเขาหลุดรอดไป
พยายามมองหาแววเสียใจจากหว่างคิ้วและดวงตาของเขา
น่าเสียดายที่ไม่มี
“ผมไม่เคยคิดว่าคุณเป็นภาระของผม” ลู่หมิงเฉียวตอบ
พูดจบ เขาก็ยกชามกับตะเกียบไปเก็บในครัว
เมื่อออกมา เขาก็จัดกระเป๋าเป้กับดาบเล่มที่ใช้ประจำให้เรียบร้อย ก่อนสวมเสื้อคลุม เป็นท่าทางที่เห็นชัดว่ากำลังจะออกไปข้างนอก
