ริมฝีปากแดงจัดของซังหลิงขยับ ก่อนเอ่ยออกมาอย่างเนิบช้า
“พูดได้ดีมาก แต่ฉันไม่ชอบทำงาน จะทำยังไงล่ะ?”
อันหนิงพูดไม่ออก
เธอเกาหัว คิดเหตุผลอื่นไม่ออกแล้ว อีกอย่างคุณหนูซังเป็นคนดีจริง ๆ
ช่วงนี้พวกสัตว์มนุษย์ตัวน้อยในสถานสงเคราะห์มีความสุขกันมาก แต่อันหนิงไม่ได้ยกความดีความชอบให้ตัวเอง เธอบอกไปแล้วว่าของเหล่านี้เป็นพี่สาวคนสวยอีกคนซื้อมาเลี้ยงพวกเขา
“อีกอย่าง ไม่ทำงานก็แปลว่าไม่มีคุณค่าเหรอ?”
อันหนิงรีบอธิบาย “ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นเลยนะ!”
“ฉันรู้” ซังหลิงใช้นิ้วสางผมหยิกยาวที่ทิ้งตัวอยู่บนไหล่ พลางยกมุมปากขึ้น น้ำเสียงแฝงความหยิ่งทะนง “เธอไม่คิดบ้างเหรอว่า แค่ฉันยืนอยู่ตรงนี้ ก็สร้างคุณค่าทางอารมณ์ให้คนอื่นได้มากพอแล้ว? ยิ่งไปกว่านั้น เพราะมีฉันอยู่ สภาพจิตใจของคู่ชีวิตฉันถึงมั่นคง ผลดีที่เขาได้รับจากฉันมากกว่าผลตอบแทนที่เขามอบให้ฉันเสียอีก”
“สรุปคือ ฉันขาดทุน”
อันหนิง “……”
ฟังดูมีเหตุผลมาก
เธอเงยหน้ามองใบหน้าสะสวยเปล่งประกายของอีกฝ่าย ซึ่งโดดเด่นยิ่งกว่าดาราดังหลายคนก่อนโลกาวินาศ จนเกือบถูกโน้มน้าวเข้าให้แล้ว
ความงามคือคุณค่าทางอารมณ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
เมื่อเห็นสีหน้าของเธอ ซังหลิงก็ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ท่าทางราวกับกำลังบอกว่า เห็นไหม เธอก็หลงเสน่ห์ฉันเหมือนกัน
“น่าเบื่อจัง ฉันไปแล้วนะ” ซังหลิงหยิบกระเป๋าขึ้นมา
อันหนิงรีบเอ่ย “คุณหนูซัง ช่วงนี้ฉันอยากซื้อของสักหน่อย จะเอาไปเยี่ยมผู้สูงอายุในเขตเมืองชั้นล่าง คุณจะไปด้วยกันไหม?”