“ไม่ให้ทำอะไร?”
เสิ่นเจวี๋ยแสร้งถามทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ ปลายนิ้วแหย่หยอกฝ่ามือของซังหลิงเบา ๆ
ใบหน้าซังหลิงแดงก่ำขึ้น เธอเหลือบมองไปทางห้องครัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนเอ่ยเสียงเบา “เดี๋ยวก็ถูกจับได้หรอก”
เสิ่นเจวี๋ยวางท่าจริงจัง “ถ้าถูกจับได้ เธอก็บอกคุณน้าไปสิว่าฉันเป็นฝ่ายยั่วเธอเอง”
ซังหลิงกลอกตามองเขาอย่างจนใจ
ท้ายที่สุดเธอก็ดึงมือกลับ พร้อมเตือนเขาว่า “อย่าดุพี่หลีซูนักสิ เธอเป็นเพื่อนสนิทของฉันนะ แล้วตกลงคุณมาทำอะไรกันแน่”
เสิ่นเจวี๋ยเอ่ย “ที่แท้เธอชื่อซังหลีซูนี่เอง”
ซังหลิง “…”
สีหน้าของเธอน่ารักเกินไป เสิ่นเจวี๋ยเท้าคางด้วยมือข้างเดียว รอยยิ้มในดวงตาฉายชัด “ฉันจะพยายามแล้วกัน หลิงหลิงไม่รู้เหรอว่าฉันมาที่นี่ก็เพราะเธอ”
“คุณมาที่นี่เพราะอยากทำเรื่องไม่ดีต่างหาก” ซังหลิงฮึดฮัด ไม่ยอมมองเขา ติ่งหูแดงระเรื่อราวกับหยกสีเลือด
สายตาของเสิ่นเจวี๋ยเลื่อนจากติ่งหูของหญิงสาวไปยังลำคอขาวผ่องบอบบาง แล้วต่ำลงไปอีก…
น่าเสียดายที่ตอนนี้ยังเป็นกลางวัน แถมที่บ้านก็ยังมีคนอยู่
ไม่อย่างนั้นเขาคงได้แนบจูบลงไป แล้วลิ้มรสอย่างละเมียดละไม
“เบบี๋ฉลาดจริง ๆ งั้นลองทายสิว่าตอนนี้ฉันอยากทำอะไร”
ซังหลิงไม่ตอบ เพียงเตะเสิ่นเจวี๋ยเบา ๆ ใต้โต๊ะ
เสิ่นเจวี๋ยชะงักไป ก่อนจะเท้าคางพลางหัวเราะอย่างอารมณ์ดียิ่งกว่าเดิม
เบบี๋ฉลาดจริง ๆ ด้วย รู้ไปเสียทุกอย่าง
ตั้งแต่เสิ่นเจวี๋ยมาที่นี่ ทั้งสองคนก็มีบรรยากาศเหมือนกำลังแอบคบกันตั้งแต่วัยเรียนโดยปิดบังผู้ปกครอง
ตอนซังหลิงไปโรงเรียน เสิ่นเจวี๋ยก็มาที่บ้านเพื่อช่วยติวหนังสือให้ซังเอิน แล้วก็ลงมือทำงานบ้านเท่าที่พอช่วยได้ไปด้วย