พวกเด็กหนุ่มรู้สึกน้อยใจขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย พี่หรานใส่ใจเธอขนาดนั้น พวกเขาเป็นเพื่อนของพี่หรานทั้งนั้น โดนเสิ่นเจวี๋ยอัดเสียยับ เธอก็น่าจะถามไถ่สักสองสามคำไม่ใช่หรือ?
เสิ่นเจวี๋ยมองตามสายตาของพวกเขาไป ก่อนจะหันกลับมา เด็กสาวตัวน้อยนั่งยอง ๆ อยู่ริมถนน น่ารักเสียจริง
มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเดินไปหาซังหลิง
ซังหลิงได้ยินเสียงฝีเท้า จึงเงยหน้าขึ้น
เธอกะพริบตาปริบ ๆ “คุณระบายอารมณ์เสร็จหรือยัง?”
เสิ่นเจวี๋ยมองดวงตากลมใสอ่อนโยนของเธอ หัวใจพลันอ่อนยวบ ราวกับมีสัตว์ตัวน้อยวิ่งชนอยู่ในอก หัวใจเต้นรัวเร็ว
เขาค่อย ๆ ดึงเด็กสาวที่นั่งยองอยู่กับพื้นให้ลุกขึ้น แล้วมองเธออย่างอ่อนโยน “เสร็จแล้ว หลิงเป่าตกใจหรือเปล่า?”
ซังหลิงส่ายหน้า “ฉันไม่ได้มองเลย”
เสิ่นเจวี๋ยถอนหายใจอย่างแนบเนียน
เขายิ้มพลางชม “เด็กดีจริง ๆ”
บนโลกนี้จะมีเด็กสาวที่ฉลาดและน่ารักขนาดนี้ได้อย่างไรกัน
“งั้นเรากลับกันเถอะ”
ซังหลิงดึงแขนเสื้อของเสิ่นเจวี๋ยเบา ๆ ไม่สนใจแขกไม่ได้รับเชิญที่อยู่ด้านหลัง
เสิ่นเจวี๋ยขานรับเสียงต่ำ แล้วเดินกลับไปพร้อมกับซังหลิง
ในใจเขาไม่ได้สงบนิ่งเหมือนที่แสดงออกมา เขาอยากรู้มากกว่าว่าซังหลิงคิดอย่างไรกับคำพูดเมื่อครู่นี้
แต่เมื่อซังหลิงไม่พูด เสิ่นเจวี๋ยก็ไม่ถาม
หากคำตอบไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากได้ เสิ่นเจวี๋ยก็ไม่แน่ใจว่าจะยังรักษาหน้ากากจอมปลอมที่สวมอยู่ได้หรือไม่
เมื่อเดินใกล้ถึงประตูใหญ่ของตระกูลซัง ทั้งสองก็แยกกัน
เสิ่นเจวี๋ยพักอยู่ในหอพักที่โรงเรียนจัดไว้ให้ครูอาสา