ร้องไห้ทำไม?
ตีเขาสิ! ลงโทษเขา!
นี่ต่างหากคือสิ่งที่มนุษย์นิสัยแบบนั้นควรทำ
ในชีวิตของอิงชวน มีเรื่องให้สงสัยอยู่ไม่กี่อย่าง และเรื่องนี้ก็เป็นหนึ่งในนั้น
อีกอย่าง ความหมายของเธอเมื่อครู่คือ—เธอไม่ต้องการใครอื่น ต้องการแค่ฉินจ้าวหยวนงั้นหรือ?
หึ มนุษย์ที่รักมั่นขนาดนี้สูญพันธุ์ไปนานแล้ว ทำเป็นแสดงละครอยู่ล่ะสิ?
อิงชวนคาดเดาไปในใจด้วยความมุ่งร้าย
เขาถูกลืมไปตลอดทั้งคืนเช่นนี้
-
วันรุ่งขึ้น ซังหลิงยังคงหลับอยู่ จู่ ๆ ก็รู้สึกคันยุบยิบบนใบหน้า ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าเป็นฝีมือฉินจ้าวหยวนอีกแล้ว
เธอโบกมือปัดเหมือนไล่แมลงวัน ขมวดคิ้วพลิกตัว “ฉินจ้าวหยวน อย่ามากวนฉันแล้ว!”
เสียงของเธองัวเงียอู้อี้ เจือด้วยความง่วงอย่างเต็มเปี่ยม
หมอนี่ไม่รู้หรือไงว่าเธอนอนตอนกี่โมงเมื่อคืน?
“ได้ คุณนอนต่อเถอะ ผมไม่กวนแล้ว”
แววขบขันในดวงตาดำขลับของฉินจ้าวหยวนเข้มข้น เขานั่งอยู่ข้าง ๆ มองท้ายทอยของหญิงสาวที่หันหลังให้ อืม น่ารักจัง
เขามองเงียบ ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ เลิกผ้าห่มลงจากเตียงอย่างแผ่วเบา
ระหว่างล้างหน้าแปรงฟัน ฉินจ้าวหยวนเห็นรอยฟันบนไหล่ที่จางจนเกือบเลือนหายเป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่า การที่มนุษย์สัตว์หนังหนาเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องดี อยากทิ้งรอยไว้สักหน่อยยังทำไม่ได้เลย
ตอนฉินจ้าวหยวนลงไปชั้นล่าง พี่เลี้ยงกำลังเตรียมอาหารเช้า
เมื่อเห็นเขาลงมาคนเดียว เธอก็ถามว่า “คุณผู้ชายคะ วันนี้คุณผู้หญิงจะรับอาหารเช้าไหมคะ?”
“เดี๋ยวผมยกขึ้นไปให้”
ฉินจ้าวหยวนตอบเสียงเรียบ สายตากลับจับจ้องไปยังโต๊ะเตี้ยในห้องนั่งเล่น
ตรงนั้นมีกล่องใสใบหนึ่ง งูสีเทาเงินขดตัวนอนนิ่งอยู่ภายใน
พอดีพี่เลี้ยงสาวกำลังทำความสะอาดอยู่ เมื่อเห็นดังนั้นจึงบอกว่า “คุณผู้ชายคะ นี่เป็นสัตว์เลี้ยงที่คุณผู้หญิงซื้อมา”
มันถูกวางไว้ในห้องนั่งเล่น พวกเธอจึงไม่กล้าแตะต้อง
“อืม”
ฉินจ้าวหยวนไม่มีอารมณ์ใด ๆ ปรากฏในดวงตา ก่อนก้าวไปหากล่อง
อิงชวนรับรู้ได้ถึงบางอย่าง จึงเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย
สายตาทั้งสี่สบกัน ฉินจ้าวหยวนย่อตัวลงครึ่งหนึ่ง งอนิ้วเคาะกระจกเบา ๆ
“อิงชวน?”
ดวงตาของอิงชวนหรี่ลงเล็กน้อย
ฉินจ้าวหยวนหัวเราะหยันเบา ๆ “หน้าตาคล้ายหมอนั่นอยู่เหมือนกันนะ”