แววอันตรายวูบผ่านดวงตาของเสิ่นเจวี๋ยอย่างรวดเร็ว ทว่าเขาไม่ได้แสดงออกมา
เขาตบหน้าขาตัวเองเบา ๆ “ที่รัก มานี่สิ ให้พี่กอดหน่อยได้ไหม?”
ซังหลิงยู่ปาก “ทำไมพวกคุณถึงชอบท่านี้กันจัง…”
“หืม?”
รอยยิ้มของเสิ่นเจวี๋ยค่อย ๆ จางลง “พวกเราเหรอ? ที่แท้โจวซื่อหรานกับที่รักก็สนิทสนมกันขนาดนี้ลับหลังสินะ”
เขาแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง ราวกับคนที่เคาะกระจกรถอยู่ข้างนอกวันนั้นไม่ใช่ตัวเอง
แววตาของซังหลิงไหววูบ ก่อนจะย่นจมูกอย่างหงุดหงิด
เมื่อเห็นท่าทางเหมือนถูกจับได้ว่าใจคิดอะไรอยู่ เสิ่นเจวี๋ยก็ขยับเข้าไปใกล้อย่างแนบเนียน น้ำเสียงแฝงความหม่นหมอง “ในใจของที่รัก พี่สู้โจวซื่อหรานไม่ได้หรือ?”
“ฉันไม่ได้คิดแบบนั้น ฉันแค่ร้อน—” ซังหลิงเงยหน้าขึ้นอย่างอดไม่ได้ ตั้งใจจะแก้ตัว ทว่าหน้าผากเกือบชนคางของเสิ่นเจวี๋ยเข้าให้
เธอเพิ่งรู้ตัวราวกับเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเสิ่นเจวี๋ยเข้ามาใกล้ขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?
“เปิดแอร์แล้ว เดี๋ยวก็หายร้อน”
เสิ่นเจวี๋ยโอบเอวซังหลิงแล้วดึงเบา ๆ ก็พาเธอเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนได้สำเร็จ
เขาลูบติ่งหูของเธอเบา ๆ คลึงไปมาอย่างแผ่วเบา
ก่อนถามเสียงนุ่ม “ที่รักชอบโจวซื่อหรานไหม?”
ซังหลิงดิ้นไม่หลุด จึงขยับก้นหาท่านั่งที่สบายกว่า แล้วเอนตัวซบอกเสิ่นเจวี๋ย
พอได้ยินคำถาม เธอกลอกตาไปมาแล้วพยักหน้า “ชอบสิ”
รอยยิ้มตรงมุมปากของเสิ่นเจวี๋ยชะงักค้างในทันใด มือที่กำลังคลึงติ่งหูหญิงสาวก็หยุดนิ่งราวกับถูกกดปุ่มหยุด ดวงตาทั้งสองหรี่ลงอย่างอันตรายจนกลายเป็นเส้นเรียวยาว “อ้อ?”