เธออยู่ในห้องน้ำเกือบหนึ่งชั่วโมงกว่าจะออกมา ชายร่างสูงใหญ่กำลังอุ้มเธอไว้ในอ้อมแขน พอวางร่างเล็กอ้อนแอ้นลงบนเตียง เขาก็ก้มลงจูบเธออีกครั้ง
ราวกับเป็นโรคกระหายสัมผัส อยากแนบชิดกันอยู่ตลอดเวลา
โทรศัพท์มือถือบนหัวเตียงสั่นขึ้นอีกหลายครั้ง หน้าจอสว่างวาบแล้วก็ดับลง
ซังหลิงโอบคอโจวซื่อหรานไว้ หางตาแดงระเรื่อ ดวงตาพราวระยับชุ่มฉ่ำ
“ปิดไฟ”
โจวซื่อหรานกุมมือเธอไว้ ริมฝีปากค่อย ๆ ไล้ลงต่ำ
เขาหลุบตา น้ำเสียงพร่าแผ่ว “เดี๋ยวค่อยปิดนะ เด็กดี”
……
ซังหลิงเริ่มสนิทกับอี้เจินจริง ๆ เพราะรถของเธอเสียกลางทาง และบังเอิญได้เจออี้เจินอีกครั้ง
ชายหนุ่มกระโดดลงจากมอเตอร์ไซค์แต่งซิ่ง เคาะกระจกสองสามที
ซังหลิงหันไปมอง ใบหน้านั้นดูคุ้นตาอยู่บ้าง
เธอเลิกคิ้วแล้วเลื่อนกระจกลง
“อี้เจิน?”
ดวงตาของชายหนุ่มสว่างวาบขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อได้ยินซังหลิงเรียกชื่อเขา ราวกับมีแสงเปล่งประกายอยู่ในนั้น “ผมเองครับ อาจารย์ซัง รถมีปัญหาเหรอครับ?”
“รถเสีย กำลังรอรถลากอยู่”
“ถ้าอาจารย์ซังไม่ว่าอะไร ให้ผมช่วยดูให้ไหมครับ?”
ชายหนุ่มตีสนิทเก่ง พูดยังไม่ทันขาดคำก็ถกแขนเสื้อขึ้น ยืนพิจารณารถอยู่นอกคัน คล้ายกำลังคิดว่าจะเริ่มลงมือตรงไหน
ซังหลิงปลดล็อกรถ ลงมายืนริมถนน มองชายหนุ่มง่วนอยู่กับรถอย่างไม่ใส่ใจนัก
ก่อนหน่วยกู้ภัยจะมาถึง ชายหนุ่มก็ซ่อมรถจนใช้ได้จริง ๆ
“เป็นปัญหาที่ระบบเชื้อเพลิงครับ แต่กันไว้ก่อน เอาไปตรวจสภาพสักหน่อยดีกว่า” อี้เจินเสนอ