“อย่าจับ—”
ไป๋อี้เหนียนพลันยื่นมือออกมา คว้าข้อมือของซังหลิงไว้
ข้อมือของเด็กหนุ่มเรียวบาง กระดูกและเนื้อได้สัดส่วน พอได้สัมผัสจริง ๆ จึงรู้ว่าผิวเนียนนุ่มน่าจับเพียงใด
ปลายนิ้วของเขาลูบไล้รอยแดงแผ่วเบา แพขนตายาวบดบังหมอกดำที่พลุ่งพล่านอยู่ในดวงตา
“ไปโดนอะไรมา? แดงเป็นปื้นเลย” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความห่วงใย
ซังหลิงนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายขึ้นมา ปลายหูพลันแดงระเรื่อ เธอพูดอย่างกระอักกระอ่วนว่า “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน อาจจะโดนอะไรกัดมั้ง…”
ใช่แล้ว ในยุคระหว่างดวงดาว ยุงตัวร้ายก็ยังไม่สูญพันธุ์!
แต่ดาวเมืองหลวงไม่ใช่ที่แบบนั้น โดยเฉพาะสถาบันอันดับหนึ่ง ที่นี่แทบจะเป็นสถานที่ซึ่งมีเทคโนโลยีอารยธรรมระหว่างดวงดาวล้ำหน้าที่สุด ทุกหนทุกแห่งมีเครื่องกำจัดแมลงอยู่ รับรองได้ว่าทั่วทั้งสถาบันหาแมลงสักตัวไม่เจอแน่
“งั้นเหรอ ถ้าอย่างนั้นแมลงตัวนี้ก็สมควรตายจริง ๆ”
ไป๋อี้เหนียนกระตุกมุมปาก พึมพำด้วยน้ำเสียงยากจะคาดเดา
ซังหลิงรู้สึกว่าไป๋อี้เหนียนคล้ายจะเกิดจิตสังหารต่อแมลงที่ไม่มีอยู่จริงตัวนั้นเสียแล้ว
ยิ่งทำให้เธอมั่นใจว่า ห้ามให้ไป๋อี้เหนียนรู้เรื่องระหว่างเธอกับเซเวียร์เด็ดขาด
“อื้อ ๆ ฉันก็คิดเหมือนกัน!” ซังหลิงเออออไปตามเรื่อง
ปลายนิ้วของไป๋อี้เหนียนยังแนบอยู่ตรงไหปลาร้าของเธอ ค่อย ๆ คลึงเบา ๆ ชายหนุ่มฝึกฝนอยู่เป็นประจำ ปลายนิ้วจึงมีผิวด้านบาง ๆ ขณะที่ผิวของเธอบอบบางเกินไป สัมผัสหยาบกระด้างทำให้ซังหลิงอดขยับหนีไปด้านหลังไม่ได้
“ไม่คันแล้ว พอแล้ว—”
“อย่าขยับ”
