“เอ๊ะ? เอ่อ...” อันหนิงดีใจจนดวงตาเต็มไปด้วยความคาดหวัง “ได้เหรอคะ?”
เธอกำลังจะได้เพื่อนคนแรกตั้งแต่มาถึงโลกนี้แล้วหรือ?
“ไม่ได้แน่นอน!”
ซังหลิงรู้อยู่แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้ เธอเชิดคางขึ้นอย่างหยิ่งทะนง “คนอย่างเธอยังไม่ผ่านเกณฑ์ที่จะเข้ามาอยู่ในวงเพื่อนของฉันหรอก”
อันหนิงผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็ไม่อยากยอมแพ้ ถึงอีกฝ่ายจะดูอารมณ์ร้าย แต่ทั้งสวยทั้งใจดีเลยนี่นา!
“ทำไมล่ะคะ?”
“เธอดูจนมาก”
ซังหลิงพูดตรงไปตรงมา
อันหนิงถึงกับอึ้ง
ทำไมพอมาอยู่โลกสัตว์มนุษย์แล้ว ยังหนีชะตากรรมที่ต้องโดนล้อว่าเป็นยัยจนกรอบไม่พ้นอีกล่ะเนี่ย!
เด็กสาวตรงหน้าดูเหมือนจะถูกกระทบกระเทือนจิตใจ เธอก้มหน้าจนเผยลำคอเรียวเล็กที่ดูราวกับพร้อมจะหักได้ทุกเมื่อ
ชิ
ซังหลิงมองเธอแล้วโบกมือ “ช่างเถอะ ขึ้นรถมา”
“เอ๊ะ?”
ซังหลิงเห็นเธอทำหน้าเอ๋ออีกแล้ว
ให้ตายสิ หน้าตาก็ดูทึ่ม ๆ อยู่แล้ว ทำไมยังทำตัวซื่อบื้ออีกนะ
“ไม่ขึ้นก็หลบไป อย่ามาขวางฉันกลับบ้านไปกินข้าว” น้ำเสียงของซังหลิงเริ่มไม่สบอารมณ์
“ขึ้นค่ะ ขึ้น!”
อันหนิงรีบปีนขึ้นรถ แล้วนั่งเรียบร้อยอยู่ข้างซังหลิง
ประตูรถปิดลง กลิ่นหอมในห้องโดยสารที่ปิดมิดชิดยิ่งชัดเจนขึ้น
อันหนิงแอบสูดกลิ่นเบา ๆ หอมจังเลย
ซังหลิงพาอันหนิงไปร้านอาหารร้านหนึ่งที่เธอไปเป็นประจำ
ครึ่งชั่วโมงต่อมา อันหนิงมองโต๊ะที่เต็มไปด้วยอาหาร แล้วถามอย่างลังเลว่า “คุณซัง ยังมีคนอื่นจะมาด้วยหรือคะ?”
เยอะขนาดนี้ กินไม่หมดแน่เลยมั้ง?
ซังหลิงกำลังเล่นเครื่องสื่อสาร บนหน้าจอมีข้อความที่ฉินจ้าวหยวนส่งมาเมื่อไม่นานนี้ ถามว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่
