พนักงานต้อนรับต่างมองภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึง
นี่ไม่ใช่เจ้านายของบริษัทพวกเธอกับคุณเลขาซังหรอกหรือ?!
แต่ว่า!
ทำไมทั้งคู่ถึงจับมือกันล่ะ!
ซังหลิงยกมุมปากขึ้นน้อย ๆ แม้รอยยิ้มนั้นจะเลือนหายไปจากใบหน้าอย่างรวดเร็ว
เพียงก้มตาลง เธอก็เห็นว่าฮั่วฉี่เฉินจับมือเธอไว้แน่นแค่ไหน
ดูเหมือนฮั่วฉี่เฉินจะลืมไปสนิทแล้วว่าทั้งคู่ยังจับมือกันอยู่
แต่—ทำไมซังหลิงต้องเตือนเขาด้วยล่ะ?
ทั้งสองเข้าไปในลิฟต์ ไม่นานฝ่ามืออุ่นร้อนของชายหนุ่มก็ทำให้มือของซังหลิงชื้นเหงื่อ
ติ๊ง
ประตูลิฟต์เปิดออก
เหลียงซวี่กำลังจะลงไปส่งเอกสารชั้นล่าง พอเห็นคนทั้งสองในลิฟต์ รูม่านตาก็สั่นไหว
วินาทีถัดมา เขาก็เบือนสายตาไปอย่างไม่รู้ไม่ชี้!
“ท่านประธาน คุณเลขาซัง”
ฮั่วฉี่เฉินพยักหน้า สีหน้าเย็นชา
แต่ก็มีคนที่ไม่รู้จักดูสถานการณ์อยู่เสมอ
พนักงานหญิงคนหนึ่งถือกาแฟเดินออกมาจากห้องชงชา สายตาเหลือบไปเห็นมือที่ทั้งคู่จับกันแน่น แล้วอดอุทานไม่ได้ “ท่านประธาน คุณกับซังหลิง...”
เธอเพิ่งค้นพบความลับสุดช็อกเข้าแล้ว! มิน่าซังหลิงถึงได้หยิ่งผยองขนาดนั้น!
ซังหลิงเห็นรอยย่นระหว่างคิ้วของฮั่วฉี่เฉิน จึงแค่นหัวเราะในใจ ก่อนจะดึงมือออกจากฝ่ามือเขาเอง
เธอเอ่ยเสียงเรียบ “คุณฮั่ว ฉันไปทำงานก่อนนะคะ”
พูดจบก็เดินผ่านพวกเขาเข้าไปในแผนกเลขานุการทันที
“หลิงหลิง...”
ไม่รู้ทำไม ฮั่วฉี่เฉินถึงรู้สึกว่าซังหลิงไม่พอใจ
ทั้งที่สิ่งที่ว่างเปล่าคือฝ่ามือ แต่เขากลับรู้สึกเหมือนในใจมีบางส่วนพร่องหายไปด้วย
เขากวาดสายตาเย็นเยียบไปยังพนักงานหญิง ก่อนเดินเข้าห้องแผนกเลขานุการโดยไม่หันกลับมา
ในที่สุดพนักงานหญิงก็รู้ตัวว่าตนอาจทำเรื่องโง่ ๆ ลงไป จึงหันไปมองเหลียงซวี่อย่างขอความช่วยเหลือ “พี่เหลียง...”
