ฮั่วฉี่เฉินเป็นแบบนี้เสมอ ใช้สถานะพี่ชายทำเรื่องล้ำเส้นหลายอย่างโดยไม่รู้ตัว
แต่เจ้าตัวกลับคิดว่าไม่มีปัญหา
ซังหลิงเม้มริมฝีปาก ก่อนวางมือลงไป
ฮั่วฉี่เฉินกุมมือเธอไว้แน่นทันที
เสียงหัวใจเต้นระรัวอยู่ในหู
“รถอยู่ข้างนอกนะ พิงพี่ได้ ระวังอย่าหกล้มล่ะ”
ซังหลิงเบื่อที่จะได้ยินคำสองคำนี้เต็มที
“ฮั่วฉี่เฉิน”
“หืม... หือ?” ฮั่วฉี่เฉินเอ่ยอย่างประหลาดใจ
ซังหลิงจ้องเขาด้วยดวงตาดำสนิท “พี่ชอบเป็นพี่ชายฉันขนาดนั้นเลยเหรอ”
เสียงฮั่วฉี่เฉินแหบพร่าเล็กน้อย มีความรู้สึกบางอย่างที่เขาอธิบายไม่ถูกกำลังปะทุขึ้นในใจ “ถ้าพี่ไม่เป็นพี่ชายเธอ แล้วจะเป็นอะไรได้อีก...”
ก่อนซังหลิงจะถามคำถามนี้ ฮั่วฉี่เฉินไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อนเลย
ซังหลิงก้มขนตาลงอย่างหงุดหงิด สะบัดมือเขาออก แล้วเดินตรงไปที่รถ
เมื่อฝ่ามือของฮั่วฉี่เฉินว่างเปล่า เขาก็มองซังหลิงในรองเท้าส้นสูง ชายกระโปรงพลิ้วไหว รู้สึกราวกับเธอกำลังจะกลายเป็นผีเสื้อและบินหนีไปจากข้างกายเขา
เขารีบก้าวตามไป
คว้าต้นแขนซังหลิงไว้
“ระวังหกล้ม”
เขาเปิดประตูรถ คอยประคองเหนือศีรษะซังหลิง พลางมองเธอขึ้นรถ
แววตาของเขามีความรู้สึกแปลกประหลาดเพิ่มขึ้นมา โดยที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่ทันสังเกต
เมื่อถึงจุดหมาย ซังหลิงถึงได้รู้ว่างานคืนนี้เป็นงานเลี้ยงวันเกิดครบรอบ 60 ปีของพ่อฮั่วฉี่เฉิน
งานจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่
เธอหยุดเดิน ขมวดคิ้ว “ฮั่วฉี่เฉิน”
ฮั่วฉี่เฉินราวกับอ่านใจเธอออก รีบพูดเสียงอ่อนโยน “ของขวัญซังหรูโจวเตรียมไว้ให้เธอแล้วนะ หลิงหลิง อย่าโกรธเลย ที่ไม่บอกตั้งแต่แรกก็เพราะพี่เองยังไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าเธอจะยอมมาเป็นคู่ควงให้หรือเปล่า”
