เฮ่อซูเหยียนเกือบพาซังหลิงไปพักโรงแรมในเครือบริษัทของแม่เสียแล้ว โรงแรมทุกแห่งต่างสำรองห้องว่างไว้ให้เขาตลอดทั้งปี พร้อมให้เข้าพักได้ทุกเมื่อ
โชคดีที่เขาหักห้ามใจได้ทัน นึกขึ้นได้ว่าตัวเองต้องสวมบทคนล้มละลาย จึงกัดฟันจองห้องพักมาตรฐานในโรงแรมราคาประหยัด
คุณชายที่ตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยพักในห้องซอมซ่อขนาดนี้มาก่อน มองอย่างไรก็รู้สึกว่าห้องคับแคบไปหมด
“พี่ เป็นอะไรหรือเปล่า?”
ถึงซังหลิงจะเอาแต่ใจอยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่แล้วเธอเป็นคนอ่อนโยน
จากที่เธอได้สัมผัส เฮ่อซูเหยียนเป็นคุณชายที่เติบโตมาพร้อมช้อนเงินช้อนทอง คิดว่าหลังจากล้มละลาย เขาคงปรับตัวกับชีวิตตอนนี้ได้ยากมากแน่ ๆ
ซังหลิงจับมือเฮ่อซูเหยียนไว้ ดวงตาคู่งามเต็มไปด้วยความสงสาร
ร่างเฮ่อซูเหยียนแข็งเกร็งไปเล็กน้อย พอได้สติก็พลิกมือกอบกุมมือเล็กนุ่มนิ่มของหญิงสาวไว้ในอุ้งมือ
เขาก้มหน้า หน้าผากแนบกับหน้าผากของเธอ “เด็กดี พี่ไม่เป็นไร”
ซังหลิงรวบรวมความกล้า โอบเอวเขาด้วยสองมือ เงยหน้าขึ้น “พี่ ฉันจะอยู่ข้างพี่นะ”
ดวงตาของหญิงสาวดำขลับและเป็นประกาย เมื่อเธอตั้งใจมองใครสักคน ก็ทำให้คนคนนั้นรู้สึกราวกับว่าตัวเองเป็นทั้งโลกของเธอ
หัวใจใต้ผิวเนื้อเต้นกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง
เฮ่อซูเหยียนถาม “ตลอดไปไหม?”
ซังหลิงพยักหน้าอย่างจริงจัง “ตลอดไป”
เฮ่อซูเหยียนจ้องริมฝีปากแดงชาดของเธอ แล้วค่อย ๆ โน้มหน้าลง…
ซังหลิงเอ่ยขึ้นกะทันหัน “แต่มีข้อแม้—ห้ามโกหกฉัน!”
คำพูดนั้นราวกับน้ำเย็นสาดลงมาราดดับความหวานชื่นในใจเฮ่อซูเหยียนจนหมดสิ้น
เสียงของเขาแหบพร่าและติดขัด “ที่รัก พี่…”
ชั่วขณะหนึ่ง เฮ่อซูเหยียนอยากสารภาพทุกอย่างออกมา แล้วปล่อยให้เธอตัดสินชะตาเขาเสียเลย!
แต่ซังหลิงกลับใจแข็งอย่างน่าประหลาดในเรื่องนี้ เธอบอกว่า “ฉันเกลียดการถูกหลอกที่สุด โดยเฉพาะการถูกหลอกเรื่องความรู้สึก ความรู้สึกเหมือนตายไปแล้วครั้งหนึ่งแบบนั้น ฉันไม่อยากต้องเจอเป็นครั้งที่สอง!”
