อี้เจินเดินเคียงข้างซังหลิง หัวใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ
“พี่เคยมาที่นี่หรือเปล่าครับ?”
เดิมทีเขาตั้งใจหาเรื่องคุย ก่อนจะวกไปเล่าว่าตัวเองรู้จักร้านนี้ได้อย่างไร
ซังหลิงพยักหน้า “เคยสิ”
น้ำเสียงของเธอสบาย ๆ ไม่ใส่ใจนัก พลางกวาดตามองรอบตัว “ไม่ค่อยต่างจากตอนที่พี่มาคราวก่อนเท่าไร”
อี้เจินชะงัก มือทั้งสองข้างที่อยู่ข้างตัวกำแน่นขึ้นมาแล้ว
ไม่ต้องถามก็เดาได้ว่าตอนนั้นใครเป็นคนอยู่ข้างกายเธอ
“เป็นอะไรไป? ดูไม่มีความสุขเลยนะ”
ซังหลิงหันมามองในจังหวะนั้น ริมฝีปากอิ่มแดงระเรื่อ มุมปากแต้มรอยยิ้มขณะมองเขา ราวกับกำลังเป็นห่วง
อี้เจินรู้สึกอึดอัดในใจจนแทบทนไม่ไหว
เขาส่ายหน้า “ไม่ได้ไม่มีความสุขครับ ดีใจต่างหาก” เว้นไปครู่หนึ่งจึงพูดต่อ “งั้นคราวนี้พี่ลองชิมเมนูใหม่ของร้านนี้ดูนะครับ ทุกเดือนเขาจะมีเมนูใหม่”
“ได้สิ”
ซังหลิงหยุดแกล้งเด็กหนุ่มไว้เพียงเท่านั้น ไม่หยอกต่อแล้ว
อี้เจินอารมณ์ดีขึ้นมานิดหน่อย การที่ซังหลิงสังเกตเห็นอารมณ์ที่เปลี่ยนไปของเขา แสดงว่าเธอใส่ใจเขาอยู่
ร้านอาหารญี่ปุ่นตกแต่งในสไตล์ญี่ปุ่น พวกเขาเดินตามพนักงานขึ้นไปชั้นสอง แล้วนั่งลงในห้องส่วนตัว
เพราะเคยมาที่นี่แล้ว ซังหลิงจึงไม่ได้รู้สึกตื่นตาตื่นใจนัก กินไปพอเป็นพิธีแล้วก็วางตะเกียบลง
เธอเท้าคางอยู่ใต้แสงสีส้มในห้องส่วนตัว ก่อนจะช้อนเปลือกตาขึ้น
“อี้เจิน”
อี้เจินขานรับเบา ๆ แล้วมองซังหลิง
สายตาประสานกัน ดวงตาของชายหนุ่มดำขลับเป็นประกาย ริมฝีปากบางเม้มแน่น เผยให้เห็นอารมณ์ในตอนนี้อย่างชัดเจน