เธอหัวเราะอย่างขบขัน “เฮ้อ เด็กคนนี้เป็นอะไรไปเนี่ย รู้ไหมว่าเราห่างกันกี่ปี?”
“แค่ไม่กี่ปีเอง! ผมไม่สนหรอก พี่ครับ พี่ พี่ พี่...”
อี้เจินขยับเข่าเข้าไปใกล้ซังหลิงอีกหลายก้าว น้ำเสียงออดอ้อน “อีกอย่าง ตอนนี้ผมบรรลุนิติภาวะแล้ว ขอแค่พี่มีความสุข ผมยอมทำทุกอย่างเลย ขอร้องล่ะ มองผมบ้างนะครับ”
ฝ่ามือของชายหนุ่มร้อนผ่าว เขากุมมือเธอไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
ซังหลิงจิ๊ปากเบา ๆ มุมปากยกขึ้นน้อย ๆ อย่างไม่แสดงออก น้ำเสียงอ่อนโยนจริงจัง “ไม่ใช่แค่ไม่กี่ปีนะ ห่างกันเต็ม ๆ 10 ปีเลย เธออายุ 20 หรือเปล่า?”
“อายุไม่ใช่ปัญหาสักหน่อย!” แววตาของอี้เจินไหววูบด้วยความลนลานอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะกลับมาสงบนิ่งอย่างรวดเร็ว เขาพอจะรู้สึกได้ว่า ต่อให้ซังหลิงไม่ได้ชอบเขา อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้รังเกียจเขา ไม่อย่างนั้นคงไม่พูดกับเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเช่นนี้ แต่คงตบหน้าเขาไปนานแล้ว
อี้เจินรู้สึกราวกับถูกห้อมล้อมด้วยกลิ่นหอมอบอุ่นจนศีรษะมึนงง เขาอดเอาแก้มแนบฝ่ามือของหญิงสาวไม่ได้ ราวกับสาวกผู้ภักดีที่สุด “พี่ครับ ชอบผมสักนิดเถอะนะ ผมเชื่อฟังมากเลย ผมทำให้พี่มีความสุขได้เหมือนกัน นอกจากเรื่องอายุแล้ว ผม...”
เขาไม่คิดว่าตัวเองจะด้อยกว่าชายแก่สองคนนั้นตรงไหน
“เด็กโง่”
สุดท้ายซังหลิงก็ไม่ได้ตอบรับอี้เจิน เธอดึงมือกลับอย่างใจเย็น แล้วบอกให้เขาสวมเสื้อผ้า
ทั้งสองเดินออกจากร้านอาหารญี่ปุ่น
อี้เจินก้มหน้าหงอย สีหน้าซึมเซา
