มือข้างหนึ่งยื่นมาจากด้านข้าง ดึงซังหลิงออกจากห้องครัว
“เขาอยู่ข้างในก็พอแล้ว คุณจะเข้าไปใกล้ทำไม ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่คุณควรอยู่สักหน่อย”
เสียงทุ้มของชายหนุ่มแหบพร่าด้วยความเหนื่อยล้า ทว่าร่างกายกลับร้อนผ่าว แผ่นหลังของซังหลิงแนบกับผิวกายของเขา ไม่นานก็สัมผัสได้ถึงความร้อน
เธอประหลาดใจ จึงหันไปมอง
โจวซื่อหรานก้มลงจูบซับริมฝีปากเธอเบา ๆ อย่างเป็นธรรมชาติ
เขาสังเกตเห็นเช่นกันว่าริมฝีปากของเธอบวมแดง จึงส่งเสียงฮึดฮัดอย่างไม่พอใจ
“คุณกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?” ซังหลิงขยับตัวอยู่ในอ้อมแขนเขา บอกว่าร้อน
“ตอนเช้า เดี๋ยวก็ต้องไปแล้ว” โจวซื่อหรานปล่อยเธอ ก่อนจับมือพาเดินไปทางห้องอาหาร ยังไม่วายก่อกวนคนในครัว “ผมก็จะกินด้วย”
เสิ่นเจวี๋ยทำเป็นไม่ได้ยิน มองเขาเป็นเพียงอากาศธาตุ
พอนั่งลงบนเก้าอี้ โจวซื่อหรานก็ดึงซังหลิงมานั่งบนตัก แล้วซุกหน้าลงตรงซอกคอของเธอ สูดกลิ่นอย่างหนักหน่วง
ไรผมบนศีรษะเขาจั๊กจี้ซังหลิง เธอจึงกดหัวเขาแล้วดันออก แต่น่าเสียดายที่ผมสั้นเกินไปจนจับไม่ถนัด เธอฮึดฮัด “เห็นฉันเป็นแมวให้คุณสูดฟัดหรือไงคะ?”
“คิดถึงคุณแทบตาย”
โจวซื่อหรานพูดเสียงอู้อี้ ต่อให้ซังหลิงผลักก็ไม่ยอมขยับ แขนทั้งสองข้างที่ทั้งเรียวยาวและแข็งแรงโอบรัดเธอไว้แน่น น้ำเสียงเจือความน้อยใจ “ไม่อยากไปเลย…”
คิดดูแล้วเสิ่นเจวี๋ยฉวยโอกาสไปตั้งเท่าไร ถ้ารู้แต่แรก เขาคงไม่เลือกใช้วิธีนี้
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ ความคิดที่มีมาตลอดก็ผุดขึ้นมาอีกครั้ง จู่ ๆ เขาก็เอ่ยว่า “ที่รัก ผมลาออกจากกองทัพดีไหม?”